สิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานออกแบบ

เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปงาน Startup Job Fair มา ทำให้นึกถึงสิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานในตำแหน่ง Designer มา 5 ปี และ Facebook post ที่เตยเคยเขียนไว้เมื่อหลายเดือนก่อนมาเรียบเรียงในนี้อีกทีนึง แต่ต้องออกตัวก่อนด้วยว่าทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวของเตย แต่ละคนมีประสบการณ์ต่างกัน เรื่องที่เรียนรู้มาก็จะต่างกันด้วยค่ะ

เตยทำงานมาหลายๆ ที่เพื่อค้นหาว่า งานแบบไหน บริษัทแบบไหน สภาพแวดล้อมแบบไหนที่เตยรู้สึกมีความสุข มีชีวิตชีวามากที่สุด ทำให้เตยได้ทำงานในหลากหลายรูปแบบบริษัท ทั้งบริษัทเล็กๆ มีแค่ 4-5 คน บริษัทใหญ่ๆ มีพนักงานเป็นหมื่นคน มีหัวหน้าเป็นคนเอเชีย คนไทย และฝรั่ง บริษัทแบบ in-house และแบบ Agency หรือแม้กระทั่งงานฟรีแลนซ์

ผ่านมาถึงตอนนี้เริ่มเข้าใจชีวิตดีไซเนอร์(ที่แท้จริง) บ้างแล้ว รู้สึกว่าหลายเรื่องไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย ต้องมาเจอในโลกของความเป็นจริงเอง

การสื่อสารสำคัญมาก

ดีไซน์เนอร์จะออกแบบมาดีขนาดไหน ถ้าเกิดว่าดีไซน์เนอร์ไม่มีความสามารถในการอธิบาย สื่อสาร(แล้วก็โน้มน้าว)ให้ลูกค้าเข้าใจได้ด้วย ต้องทิ้งทัศนคติที่ว่า ”ทำไมเรื่องแค่นี้ลูกค้าไม่เข้าใจ” ไปซะ นี่คือหน้าที่ของดีไซน์เนอร์ที่จะอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจและซื้องานของเราด้วยความเต็มใจ ถ้าลูกค้าเข้าใจและทำได้อย่างดีไซน์เนอร์ เค้าจะไปจ้างดีไซน์เนอร์ทำไม ถ้าไม่ฝึกเรื่องนี้ก็จะถูกแก้งานไปเป็นแบบที่ดีไซน์เนอร์ไม่เห็นด้วยแบบนั้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะเป็นได้แค่คนทำ illustrator, photoshop เท่านั้นแหล่ะ ตัดสินใจซะว่าจะเป็นคนใช้โปรแกรมทำตามคำสั่งหรือว่าจะเป็นดีไซน์เนอร์

อย่าหยุดเรียนรู้

เดี๋ยวนี้สื่อไม่ได้มีแค่สิ่งพิมพ์แต่มีหลายๆ device ทั้งคอม มือถือ แถมมีคอมจอสัมผัสอีก เราต้องศึกษาด้วยว่าการออกแบบมันจะต่างกันไหม นี่ขนาดเราเรียนจบมา 5 ปี ยังมีอะไรออกมาเยอะขนาดนี้ถ้าไม่รู้จักศึกษาเพิ่มเติมก็คงแย่ จะกลายเป็นคนที่ถอยหลังลงคลองเลยแหล่ะ

เคยเห็นหลายๆ คนที่ทำงานหนังสือมาแล้วมาออกแบบเว็บแต่ว่าไม่ศึกษามาให้ดี เว็บออกมาแบบ…เหมือนหนังสือ แบบตัดรูปมาแปะๆ ถามว่าใช้ได้ไหม ตอบเลยว่าใช้ได้แต่มันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ลูกค้าจะเสียเงินมากมายมาทำทำไมถ้าเว็บไม่เกิดประโยชน์อะไรกับธุรกิจเค้า (จริงๆ เคยเห็นนักออกแบบสิ่งพิมพ์ที่ผันมาทำเว็บแล้วศึกษาอย่างดีหลายคนนะ เว็บออกมาสวยมากๆ เลยนะ พี่แกจัด font มาอย่างดีเลย)

งานออกแบบต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้

เพราะเป็นนักออกแบบไม่ได้เป็นศิลปิน จะทำอะไรก็ต้องคิดด้วยว่าออกแบบให้ใคร ทำไมถึงต้องออกแบบมาเป็นแบบนี้ (คิดไปเองไม่นับนะ) ไม่ใช่ว่าเจอเทคนิคใหม่มาโคตรเจ๋งเลยโปรเจคใหม่นี้ขอทำเทคนิคแบบนี้แล้วกัน จำได้ว่าระหว่างดูอาจารย์ตรวจงานเพื่อนสมัยเรียนที่ศิลปากร อาจารย์ถามเพื่อนคนนึงว่า ทำไมถึงใช้สีส้มในงานนี้ เพื่อนอึ้ง ตอบไม่ได้เพราะว่าชอบก็เลยใส่มาไม่ได้คิดถึงที่มา เราก็มานั่งคิด เออเนอะ นักออกแบบเก่งๆ อย่าง David Airey (ตอนนั้นชอบคนนี้มาก) เค้าคิดแบบมีที่ไปที่มาทั้งนั้น ทุกอย่างมีความหมายหมด พอมาทำงานลูกค้าถามยิ่งกว่าอาจารย์อีกจ้าาา T_T

มีเรื่องนึงที่รู้สึกว่า มีประโยชน์มากๆ ในการทำงานออกแบบคือ การเข้าใจธุรกิจและการตลาด ด้วยความที่เตยได้ขายของออนไลน์มาบ้าง บางบริษัทที่เตยทำงานก็เปิดโอกาสให้เตยได้ลองทำงานการตลาดดู ทำให้เตยเข้าใจเรื่องธุรกิจมากขึ้น เวลาคุยกับลูกค้าก็จะเข้าใจว่า อ๋อ ลูกค้าต้องการสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร งานออกแบบของเราก็จะตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

ทำงานให้มากกว่าที่เขาขอ

ไม่ได้หมายความว่าให้ทำเยอะๆ ตลอดเวลา แต่หมายความว่าให้คิดให้เยอะขึ้น ให้มากกว่าที่ถูกคาดหวัง ลูกค้าหรือหัวหน้าจะรู้สึกประทับใจมากขึ้น

ต้องรู้จักเป็นนาง/นายงามสันติภาพบ้าง

ต้องหาทาง win win win ให้ได้ คือลูกค้าต้อง win ซึ่งมักหมายถึงได้ผลตอบแทนคุ้มค่าจากเว็บ, User ไม่ปวดหัว ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนตามที่ต้องการ, เพื่อนร่วมงานของเราก็ต้อง win ด้วยไม่ใช่ว่าออกแบบเว็บมาไม่สนใจว่าคนเขียนโปรแกรมจะเอาข้อมูลนี้มาได้ยังไง ใช้เวลานานเกิด timeline ไหม ทำได้ไหม (เกิดทำไม่ได้ขึ้นมา เวลาน้อย เดี๋ยวได้ออกแบบใหม่นะเออ) ปล. ข้อนี้อาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และตำแหน่งงานด้วย

เรียนรู้การเมืองในองค์กรไว้บ้าง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับเตย แต่ก็สังเกตเห็นพี่ๆ ที่ไปได้ดี ไปได้ไกลล้วนแล้วแต่เก่งเรื่องนี้ทั้งนั้น อย่างน้อยๆ ที่สุดถ้าไม่ได้เรื่องการเมืองเลยก็ต้องรู้ว่าผู้ตัดสินใจที่แท้จริงเป็นใคร เรื่องนี้เจอกันบ่อยมากกกกกก สมัยเรียนลูกค้าคืออาจารย์คนเดียวเอง ชิลๆ เดี๋ยวนี้หรอ ถ้าเป็นลูกค้าก็อาจจะมีหัวหน้าของหัวหน้าของลูกค้าของลูกค้าอีกที หรือถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็อาจเป็นหัวหน้าของหัวหน้าของหัวหน้าของหัวหน้า 5555 ขำไปแต่เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ความเศร้าจะเกิดขึ้นเมื่อหัวหน้าชอบงานเรามากกกกกให้ทำไปซะเยอะครบหมดทุกอย่าง แต่แล้วหัวหน้าของหัวหน้าบอกว่า ออกแบบอะไรมา เอาไปออกแบบใหม่ซะ T_T

การป้องกันที่เคยเห็นเค้าทำกันก็คือ…เผือกวันละนิดจิตแจ่มใส อย่างน้อยต้องเผือกให้รู้ว่าจริงๆ แล้วใครคือพลังที่ซ่อนอยู่ เขาเป็นคนแบบไหน ให้ความสำคัญอะไรเป็นพิเศษ เช่น เน้นเรื่องธุรกิจเป็นหลักแปลว่างานเราต้องสนับสนุนเรื่องนี้

Updated July 27, 2015