32 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 32 ปี

ในวันเกิดทุกๆ ปีเตยจะเขียนรีวิวถึงสิ่งที่ประทับใจในปีที่ผ่านมาตามจำนวนอายุ ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้วที่เขียนรีวิวแบบนี้ ปีนี้รู้สึกว่าเขียนยากขึ้นทั้งที่จำนวนข้อเพิ่มขึ้นมาแค่ข้อเดียวจนเริ่มสงสัยว่าถ้าอายุ 60 ปีจะเป็นอย่างไร จะเขียนได้ครบไหม หรือจะสนุกกับการมองโลกจนสามารถเขียน 60 ข้อได้ง่ายๆ รึเปล่า พอมองย้อนไปแต่ละปีก็เห็นเรื่องราวที่ถูกโฟกัสแตกต่างกันไปตามอายุ ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่รู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ มากที่สุดและก็หวังว่าจะรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ด้วย

32 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 32 ปี : ไปเที่ยวไต้หวัน รักชาดอกไม้มาก

1. ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่อย่างจริงจัง เป็นบ้านที่ซื้อเอง แต่งเอง

2. ได้มีห้องนอนของตัวเองจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต

3. ไปไต้หวัน ประทับใจชาดอกไม้ที่นู้นมากๆ แล้วก็ชอบความสะอาดที่ฝนตกแล้วน้ำไม่ขุ่นเลย เป็นเมืองที่อยากกลับไปอีกครั้ง

4. วิ่ง 10K ไป 2 งาน เป็นการวิ่ง 2 กิโล เดินเร็ว 8 กิโล

5. รับอะพอลโลมาเลี้ยง ได้เห็นแมวตัวนึงที่กลัวทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้จนเอาแต่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ยอมทำอะไร ตอนนี้โตขึ้นมาเป็นแมวที่กล้าหนีออกจากบ้าน กล้าขู่แมวตัวอื่นได้ รู้สึกทึ่งในความเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่นึกถึงวันแรกที่อะพอลโลมาอยู่ที่บ้านนี้

32 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 32 ปี : แมวงอกเป็น 2 ตัวแล้วจ้า

6. ช่วงแรกที่อะพอลโล เรดาร์โกรธมาก ตบน้อง แล้วขู่ทุกคนในบ้าน หวงแม่มาก เดี๋ยวนี้เริ่มดีขึ้นมากแล้วเริ่มนอนข้างกันได้แล้ว ช่วยเลียขนกันด้วย (ยังหวงแม่เหมือนเดิมนะ)

7. รู้สึกว่าชีวิตกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้งนึงทำให้ช่วงนี้นึกถึงเรื่องนกฟีนิกซ์บ่อยๆ

8. มีหลายอย่างเกิดขึ้นที่เป็นสิ่งยืนยันว่าสิ่งที่เรามองและเป้าหมายที่วางไว้มันถูกต้องแล้ว จากตอนแรกเจอแต่คนดูถูกความคิดเราจนรู้สึกไม่มั่นใจ แต่วันนี้รู้สึกมั่นใจกับความคิดตัวเองขึ้นมาก

9. เรียน Lifebook คอร์สที่ช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เรามีความเชื่อแบบไหน พอเข้าใจตัวเองก็ทำให้ตัดสินใจเลือกอะไรได้อย่างสบายใจ ถึงจะไม่ตรงใจคนอื่นแต่เรารู้ว่าทำไมเราถึงเลือกสิ่งนั้นความคิดของคนอื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวลอีกต่อไป

10. เริ่มตัดเสื้อผ้าเอง บางชุดก็เอาแพทเทิร์นเก่าๆ มาตัด บางชุดก็ใช้แพทเทิร์นจากเว็บมาตัด

32 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 32 ปี : แพทเทิร์นรอเย็บเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่

11. เริ่มปลูกผักจริงจังมากขึ้น แต่ยังไม่มีต้นไหนโตพอจะเอามาอวดได้เลย 555 ที่สำคัญคือรู้สึกสงบมากเวลาที่ได้ดูแลต้นไม้ ถึงจะร้อนเหงื่อออกก็ยังอยากทำไปเรื่อยๆ

12. ใช้ WordPress ได้ advance มากขึ้นกว่าเดิมมากๆ มีผลงานออกมาเยอะเลย

13. ได้ทำงานกับทีมที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจ

14. มีคนติดต่อมาเพิ่มให้ทำ Licensing ภาพวาดไปลงในเว็บต่างประเทศ 2-3 เว็บเลย รายได้จะขึ้นอยู่กับจำนวนภาพที่คนมาซื้อแต่เอาจริงๆ แค่มีคนมาติดต่อก็รู้สึกดีใจแล้ว

15. เริ่มมีรายได้จากเว็บต่างประเทศเป็นประจำมากขึ้น มีรายได้ทุกเดือนถึงจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้มีกำลังใจทำต่อไปเรื่อยๆ

16. รู้สึกว่ามีสติ รู้ตัวมากขึ้น เริ่มจับได้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่ เตยตั้งใจจะฝึกตัวเองให้เก่งพอที่จะรู้จักและรู้ทันความรู้สึกตัวเอง ซึ่ง “สติ” เป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการนี้

17. ได้เรียนรู้ที่จะแยกตัวเองออกมาจากความรู้สึกและความคิดได้ดีขึ้น เวลามีเรื่องกระทบจิตใจมักดึงตัวเองออกมาแล้วถามตัวเองได้ว่า ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้ พอคิดได้ก็ทำให้เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น เข้าใจชีวิตมากขึ้น (ขอบคุณหนังสือ Power of Now และ Jess Lively)

18. กลับมาอ่านหนังสือได้มากขึ้นอีกครั้ง แถมมีความหลากหลายด้วย มีทั้งหนังสือที่อ่านจบได้เร็วๆ หนังสือที่ยาวหน่อย หนังสือที่อ่านยาก (บางเล่มก็อ่านไม่จบสักทีเพราะอ่านทีไรหลับตลอด โดยเฉพาะหนังสือ Why we sleep เป็นหนังสือที่อ่านได้สองหน้าหลับเลย งงมาก)

19. ไปเขาใหญ่ จริงๆ ไปบ่อยมากแต่รอบนี้ไม่เหมือนทุกๆ ครั้งตรงที่ได้จูนความคิดของหลายคน ได้เห็นความฝัน ความหวังที่แต่ละคนมี และมันเป็นไปในทางเดียวกันได้ด้วย

32 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 32 ปี : เขาใหญ่

20. ได้หูฟัง Airpod 2 มาเป็นของขวัญวันเกิด ได้ใช้สักทีหลังจากเล็งมานาน (ขอบคุณโดมสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ)

21. ได้เริ่มทำโปรเจคใหม่ที่เกิดจากการที่เราอยากรู้ว่าคนอื่นเค้าทำงานกันอย่างไรก็เลยทำเป็นการสัมภาษณ์ขึ้นมาและเรียกว่า Normal Productive ใครสนใจไปติดตามกันต่อได้นะคะ

22. ได้เรียนคอร์สของ Jess Lively อย่างที่ตั้งใจสักทีในราคาที่ลดลงมาแถมคอร์สอื่นๆ เพิ่มด้วย เย้ๆ

23. ดีใจที่ตัวเองรับมือได้ดีกับเรื่องโควิด โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่บ้าน

24. เพิ่งเข้าใจว่าการเป็น introvert หรือ extrovert ส่งผลกับการไปทำงานที่บ้านมาก พอได้ทำงานที่บ้านแล้วรู้สึกมีพลังเหลือเฟือสามารถทำงานได้จนดึกเลย ผิดจากการไปทำงานที่ออฟฟิตที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยมากๆ อยากหลับตลอดเวลา

25. เพื่อนพาไปบ้านสวนที่จันทบุรี ทำให้รู้ว่าชอบความธรรมชาติเยอะๆ แบบนั้น

26. มีเพื่อนสนิทแต่งงานสองคนก็เลยได้กลับไปเจอเพื่อนๆ บ่อยขึ้น เป็นกลุ่มเพื่อนที่ไม่ว่าจะกลับไปเจอกันเมื่อไหร่ก็จูนกันติดไวมากเหมือนอาศัยอยู่จังหวัดเดียวกัน

27. ชอบชาดอกไม้ที่เชียงใหม่มากๆ เป็นชาดอกไม้แห้งพอโดนน้ำร้อนก็ค่อยๆ ขยายตัวกลายเป็นดอกไม้ในน้ำ ดูเพลินเลยให้ความรู้สึกสงบมากๆ

28. หยุดกินยานอนหลับได้แล้วนะ การนอนก็ขึ้นๆ ลงๆ บางวันก็ดีมากแบบหัวถึงหมอนก็หลับได้เลย บางวันก็ไม่ได้นอนเลยสักชั่วโมง รวมๆ แล้วนอนดีกว่าเดิมเยอะเลย ตื่นมาแล้วสดชื่อ

29. ปีนี้ได้ลองทำเมนูใหม่ๆ หลายอย่าง แต่ที่ประทับใจที่สุดคือเมนูอินทผาลัมใส่เนยถั่วโรยด้วยกระเทียมราดน้ำผึ้งอีกที

30. ค้นพบว่าสามารถกินสลัดติดต่อกันแบบเกือบทุกมื้อได้ทั้งอาทิตย์โดยไม่เบื่อเลย แต่เตยกินสลัด plant based แบบจัดเต็มนะ ใส่เครื่องจัดเต็มมากเพราะกลัวหิว 555

31. รู้สึกโชคดีบ่อยๆ เวลามีปัญหาอะไรอยู่ๆ เรื่องนั้นก็ถูกแก้เองได้เฉยเลย ล่าสุดชอบคอร์สเรียนคนนึงแต่ราคาแพงมากเลยคิดในใจว่าถ้าเขาทำเป็นหนังสือก็ดีสิ อาทิตย์ถัดมาเขาประกาศว่าเพิ่งเซ็นสัญญาเขียนหนังสือไป รู้สึกโชคดีมากๆ

32. รู้สึกจริงๆ ว่า “I am on the right path”

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
1 ปีกับการรักษาโรคซึมเศร้า

About Tuey

สวัสดีค่ะ ชื่อ “เตย” นะคะ บางทีเพื่อนก็เรียก “เตยเหมียว” ค่ะ ทำงานออกแบบเว็บไซต์และเพ้นท์ภาพ abstract เน้นแสดงความรู้สึกลงบนภาพวาด นอกจากนี้เตยยังทำ printable สำหรับงาน scrapbook และสมุดขาย ในเว็บนี้จะเป็นที่รวบรวมผลงานและความคิดในทุกๆ ด้านของเตยค่ะ

Hi! I’m Tuey. I’m UX/UI designer and abstract painter based in Thailand. I express my feelings through colors and mark making. I also selling printable scrapbooking papers and notebook on Catisfy shop. Here I’m sharing my creative process, my thoughts and travel journey. I hope you enjoy my blog. 🙂