Browsing Category

Art

Art

Art Journal เล่มแรก

เย้! เพิ่งใช้ Sketchbook หมดเป็นเล่มแรก ดีใจมากกกก ปกติเตยมักใช้แค่ครึ่งเล่มแล้วก็เลิกใช้ไปใช้เล่มใหม่แทน ฮ่าๆ ช่วงนี้เตยเริ่มสร้างนิสัยวาดรูปทุกวันได้แล้ว จะใช้เวลาหลังกลับมาจากที่ทำงานวาดประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าวันไหนว่างหรือกลับมาเร็วก็จะวาดนานหน่อย

เล่มนี้เตยใช้สมุดแบบห่วงของ Canson กระดาษดีมากๆ หนาดี ชอบสุดตั้งแต่ลองมา ราคาก็ไม่แรงมาก สีที่ใช้ในนี้หลักๆ คือสี Gouache ของ Winsor & Newton และสีน้ำของ Koi นอกจากนี้ก็มีสีน้ำของหลายๆ ยี่ห้อที่ซื้อมาลอง และสีชอล์ก, สีไม้, ปากกาเจลสีขาว

ถ้าใครติดตาม instagram ของเตยมานานจะสังเกตได้ว่าสไตล์ของเตยเปลี่ยนไปมากๆ จากตัวการ์ตูนมาเป็นภาพ Abstract เพราะช่วงนี้ศึกษาเรื่อง intuitive painting ซึ่งเป็นการเพ้นท์ที่ถ่ายทอดมาจากจิตใจของเราจริงๆ ได้ลองลงสีครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่านี่แหล่ะตัวเรา เตยเลยใช้วิธีการนี้ในการลงสีมาเรื่อยๆ จนเต็มเล่มนี้ค่ะ ถ้ามีคนสนใจเดี๋ยวจะเล่าเรื่อง intuitive painting ให้ในครั้งหน้านะคะ ตอนนี้ขอโชว์งานก่อนตัวเองก่อน ชอบแทบทุกงานเลยค่าาา

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

Art Journal เล่มแรก

 

 

Art

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

Anna Joyce เป็นนักออกแบบที่เตยแอบชื่นชมผลงานของเขาอยู่พักใหญ่แล้ว โดยงานของเขามักเป็นงานผ้า เช่นกระเป๋า เสื้อ หรือ ผ้าพันคอ Anna เป็นแบบอย่างของเตย อยากจะมีแบรนด์แบบ Anna Joyce Design ยิ่งได้อ่านสัมภาษณ์ของ Anna ก็ยิ่งชอบ พอรู้ว่าไอดอลของเตยออกหนังสือเล่มแรกก็รีบจับจองจาก Amazon ทันที หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Stamp Stencil Paint: Making Extraordinary Patterned Projects By Hand. ตอนซื้อเป็นช่วง Pre-order เลยซื้อได้ในราคา 14 เหรียญ แต่ตอนนี้หนังสือราคาเต็มคือ 27 เหรียญ

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

พอได้หนังสืออยู่ในมือแล้วรู้สึกชอบมากๆ เปิดอ่าน เปิดดูวันละหลายรอบ 5555 เพราะมีหลายๆ โปรเจคในเล่มนี้ที่เตยเคยทำเพื่อมาใช้เป็นปกสมุด Traveler’s notebook แต่ทำได้ไม่สวยอย่างงานของ Anna พอเห็นว่าเล่มนี้มีโปรโจคแบบนั้นด้วยเตยดีใจมาก รีบสอยเลยค่าา

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

หนังสือของ Anna แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ตามชื่อหนังสือคือ Stamp, Stencil และ Paint โดยจะมีโปรเจคในแต่ละส่วนประมาณ 7-8 โปรเจคครอบคลุมตั้งแต่โปรเจคง่ายๆ อย่างงานกระดาษ งานผ้า ไปจนถึงงานตกแต่งถ้วยชาม และยังทำให้เห็นด้วยว่าในแต่ละเทคนิคสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยจะสอนตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ไปจนจบเป็นชิ้นงานเลย

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

อย่างในส่วนของ Stamp หรือการปั้มพิมพ์ภาพ นอกจากจะสอนการทำตัวปั้มแล้วยังสอนด้วยว่าจะเอาไปใช้เป็นแพทเทิร์นยังไงได้บ้าง

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

ในส่วนของ stencil ก็เช่นกัน มีสอนทำแบบและให้แบบแม่พิมพ์มาท้ายเล่มด้วย

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

ส่วนสุดท้ายคือ Paint เป็นส่วนที่เตยชอบที่สุด มีเทคนิคหลายๆ แบบที่เตยเคยเรียนสมัยเด็กๆ แต่ Anna ก็ทำให้เห็นว่าเตยสามารถนำเทคนิคนี้มาใช้ยังไง วัสดุอุปกรณ์ควรใช้แบบไหน ที่อยากลองที่สุดตอนนี้คือ Solar print scarf แต่ยังหาซื้ออุปกรณ์ไม่ได้เลย

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

ส่วนข้อเสียของหนังสือเล่มนี้คือที่เห็นแล้วแอบขัดใจนิดหน่อยก็คือ รูปขั้นตอนการทำเล็กไปหน่อย ถ้าใครอ่านภาษาอังกฤษไม่เป็นมาดูหนังสือเล่มนี้อาจไม่ค่อยเข้าใจ เพราะรูปเล็กและมีน้อย แต่ว่าถ้าใครอ่านภาษาอังกฤษได้ก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เขียนได้เข้าใจง่ายอยู่เหมือนกันค่ะ

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

เตยลองเอาผ้าที่เตรียมไว้สำหรับทำปกสมุดมาลองทำตามที่ Anna สอนในหนังสือหลายๆ แบบดู ตอนนี้ใช้ไปแล้วครึ่งนึง อีกครึ่งนึงยังไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไรต่อดี ถ้ายังคิดไม่ออกอาจทำเป็นปกสมุดเหมือนเดิม

หนังสือ Stamp Stencil Paint โดย Anna Joyce

ครึ่งแรกที่เตยทำเสร็จแล้วเตยเอามาต่อกันกับผ้าลินินที่เหลืออยู่เตยเอามาทำเป็นผ้าห่มผืนแรกในชีวิต ที่เลือกทำผ้าห่มเพราะว่าอยากทำ quilt บ้าง แต่ด้วยความที่ทำลนๆ รีบๆ อยากให้เสร็จภายในวันนั้นเลย งานเลยออกมาเบี้ยวมากกกกกกก เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีคนทำคอร์สสอนการเย็บผ้าห่มผืนใหญ่ๆ มันแอบยาก ยิ่งจักรเย็บผ้าของเตยเป็นรุ่นค่อนข้างเล็ก พื้นที่ในการทำงานก็น้อยด้วยทำให้ด้ายพันกันบ่อยมาก หมดแรงทำงานกันเลย แต่พอเห็นผลงานออกมาแล้วก็ภูมิใจมากนะ 🙂

Art

#The100DayProject

#100dayproject

เมื่อเดือนที่แล้วได้อ่านเจอโปรเจค #The100dayproject ของ Elle Luna & The Great Discontent ที่ชวนมาทำอะไรก็ได้ จะเป็นการเขียน วาด ประดิษฐ์ ถ่ายรูป หรือทำอาหารก็ได้เป็นเวลา 100 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา

เตยได้ลองทำหลายๆ โปรเจคที่ต้องทำทุกๆ วันแต่มักจะล้มเหลวเพราะต้องทำทุกวันนี่แหล่ะ คราวนี้ก็เลยลองเริ่มใหม่ โดยใช้แท็กส่วนตัวว่า #100daysofmakingbytuey ผลงานที่เตยทำออกมาก็มีตั้งแต่เป็นชิ้นเป็นอันไปจดถึงปักผ้าเสร็จแค่บางส่วนเท่านั้น เตยก็นับว่าตัวเองทำสำเร็จหมด ไม่เกี่ยงว่ามากหรือน้อย จุดประสงค์ของเตยคือ อยากทำงานฝีมือหรือวาดรูปให้มากขึ้นเท่านั้น

#100daysofmakingbytuey

 

#100daysofmakingbytuey กับทริปไปเที่ยว

อย่างที่บอกว่า เตยเองมักทำโปรเจคแนวนี้ไม่ได้ครบทุกวัน คราวนี้ก็เหมือนกันเตยหยุดทำไปช่วงที่ไปญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ตอนแรกก็พยายามฝืนตัวเองทำอยู่สองสามวันตอนอยู่ญี่ปุ่น พกติดตัวไปทำระหว่างทางบ้าง แต่สุดท้ายร่างกายมันไม่ไหว สมองไม่รับจริงๆ  ออกจากโรงแรมแต่เช้า 6 โมงกลับมาก็เที่ยงคืน ตีหนึ่ง กว่าจะอาบน้ำอีก เดินทั้งวันอีก สุดท้ายหลับคาสมุดไปเลย ตื่นมาตกใจฉันยังไม่ได้วาดรูป!! ช่วงนั้นรู้สึกแย่ที่ตัวเองทำไม่ได้นิดหน่อย แถมกลับมาไทยก็เหนื่อยมากถึงมีไอเดียก็ไม่มีแรงทำอะไรเท่าไหร่

พอได้ไปสิงคโปร์ต่อ คราวนี้ตั้งใจเลยว่า จะไม่เอาไปทำเลย บอกกับตัวเองว่าเป็นปิดเทอมละกัน คราวนี้สบายใจ กลับมามีแรงทำต่ออีก มีไอเดียทำต่อ เห็นคนอื่นเขาไปถึงวันไหนต่อไหนกันแล้วเราก็ไม่สนใจ โปรเจคของเรา เราเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง

ถึงแม้ว่าการที่เราทำงานเราได้ทุกวันอย่างที่เราตั้งใจไว้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งชีวิตก็มีเรื่องน่าสนุกอื่นๆ รอเราเหมือนกัน ถ้าไปเที่ยวแล้วมานั่งพะวงว่าฉันยังไม่ได้ทำโน้นนี่นั่นเลยจนไม่ได้สนุกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เราอาจจะพลาดเรื่องดีๆ ไปก็ได้ หลักๆ คือจำให้ได้ว่าจุดประสงค์ของเราคืออะไรและมองภาพใหญ่นั้นไว้แทนดีกว่า

ตอนนี้เตยอยู่ที่วันที่ 30 ของโปรเจคแล้ว ผ่านมาเกือบหนึ่งในสามแล้ว แต่ถ้าใครสนใจก็ลองทำได้เลยค่ะ กำหนดวันเอง ทำเอง ตั้งกฎขึ้นมาเอง สิ่งสำคัญอยู่ที่การลงมือทำค่ะ ทำแล้วอย่าลืมโพสลง Instagram ใช้ tag #The100dayproject นี้นะคะ 🙂

 

Art

การสร้างนิสัยวาดรูปทุกวัน

สร้างนิสัยวาดรูปทุกวัน

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเตยพยายามสร้างนิสัยในการวาดรูปของตัวเองขึ้นมาใหม่ ด้วยการตั้งใจว่าจะวาดรูปให้ได้ทุกวัน ถึงแม้ว่าเตยจะทำได้แค่ประมาณ 21 วัน บางวันวาดเยอะ บางวันก็วาดน้อยแล้วแต่เวลาที่มี แต่ก็ยังนับว่าเป็นการเริ่มต้นและการเรียนรู้ที่ดีทีเดียว ต้องบอกตามตรงว่าถึงวันนี้เตยก็ยังทำไม่ได้ทุกวัน แต่ว่าเพราะทำไม่ได้นี่แหล่ะเลยรู้ว่าพลาดตรงไหนบ้าง วันนี้เลยอยากมาสรุปให้อ่านกันว่าได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

  1. การสร้างนิสัยต้องเริ่มให้ง่ายที่สุด เล็กที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองว่าวันนี้ฉันทำแล้วนะ บางวันเตยระบายสีพื้นหลังไปก่อนแล้วหยุดไว้ วันต่อมาว่างๆ ค่อยมาทำต่อกลายเป็นว่ารูปนั้น จากตอนแรกเป็นแค่สีพื้นธรรมดาก็กลายเป็นหน้าที่มีรูปอะไรเต็มไปหมดเลย
  2. จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ให้ใกล้ตัวและหยิบง่ายที่สุด ใช้สีที่ตัวเองถนัดอยู่แล้ว เตยว่าคนส่วนใหญ่ขี้เกียจทั้งนั้นไม่มีใครอยากทำอะไรวุ่นวายมาก ช่วงแรกที่วาดรูปเตยเก็บสีไว้ในลิ้นชัก จะวาดทีก็ค่อยมาหยิบ แต่ลิ้นชักก็รกมากๆๆๆ จนพอเห็นแล้วก็ขี้เกียจหยิบไปเลย เตยเลยเอาอุปกรณ์มาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ พออยากวาดก็แค่หยิบมาวาด พู่กันเตยก็ใช้พู่กันแทงค์ใช้ง่าย ไม่ต้องทำความสะอาดมาก แถมกระดาษที่เตยใช้วาดก็เป็นสมุดจดที่เอาไว้จดงานที่เตยพกติดตัวอยู่แล้วทำให้เห็นบ่อย จำได้ว่าต้องวาด
  3. จัดการพลังงานและเวลาให้ดี ข้อนี้สำคัญมากโดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำหรือมีความรับผิดชอบมาก ข้อนี้เป็นข้อที่ทำให้เตยพลาดและไม่สามารถทำให้ครบทั้งเดือนได้ การจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ แบบนี้ที่ต้องใช้เวลามากขึ้นจะเป็นเรื่องยากถ้าไม่ได้จัดการให้ดี หลักๆ เตยมักจะใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานในการวาด โดยเฉลี่ยเตยใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการวาด เท่ากับว่าเตยกลับถึงบ้านสองทุ่มกินข้าว ทำโน้นทำนี่ก็เริ่มวาดได้ประมาณสามทุ่ม ทำเสร็จสี่ทุ่มไปอาบน้ำโทรคุยกับโดม นอนห้าทุ่มเที่ยงคืนตลอดทั้งที่เตยนอนตื่นเช้าและปกติจะนอนสี่ถึงห้าทุ่มทำให้เตยรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติมากๆๆๆ พอเหนื่อยติดๆ กันมันก็ไม่ไหวจนสุดท้ายเตยมักจะวาดได้เป็นวันเว้นวัน แต่เมื่อต้นเดือนอ่านเจอว่ามีศิลปินที่เค้าวาดรูปทุกวันเค้าใช้วิธีจำกัดเวลาของตัวเองในการวาดให้อยู่แค่ 30 นาทีต่อวัน วาดได้แค่ไหนแค่นั้นทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นใช้เวลาคิดหน่อยลง เน้นวาดอย่างเดียว วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่น่าลองสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเหมือนกัน
  4. อย่าสร้างนิสัยหลายอย่างพร้อมกัน มันจะทำให้ทำได้ยากขึ้นเพราะมันมีเรื่องต้องทำมากเกินไป ทำเดือนละอย่างก็ได้ถ้ามีหลายๆ อย่างที่อยากทำ

เตยตั้งใจว่าช่วงไหนที่อยากโฟกัสวาดรูปมากขึ้นแล้วเตยจะลองใหม่อีกรอบนึงอยู่ อย่างเดือนนี้เตยแทบไม่ได้วาดเลยเพราะไปเน้นทำอย่างอื่นมากกว่า เตยก็ไม่ได้เสียดายหรือเสียใจนะ ถ้าวันไหนอารมณ์ดีๆ อยากวาดเราก็ยังมีอุปกรณ์ของเราอยู่ แต่ก็ต้องบอกเลยว่าการวาดรูปทุกวันให้อะไรหลายอย่างมากๆ เตยรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ศักยภาพของตัวเองมากขึ้นจากที่เคยคิดว่าเรา Sketch รูปแย่ พอวาดมาแล้วก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดสักหน่อย ตรงนี้เป็นจุดสำคัญเลยที่ได้จากการวาดภาพ อยากให้ลองวาดกันดู

อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ที่เตยเรียนรู้มาก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การวาดภาพ อาจเป็นการสร้างนิสัยอื่นๆ ก็ได้เช่น ฉันจะอ่านหนังสือทุกวัน ฉันจะเล่น Facebook ให้น้อยลง ฉันจะออกกำลังกายทุกวันแบบนี้ก็ได้นะคะ เราต้องเลือกนิสัยที่ตัวเองอยากจะเป็นเท่านั้นมันถึงจะได้ผล แล้วเริ่มง่ายๆ ที่วันนี้แค่ 5 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน