Art, Travel

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

ตั้งแต่เริ่มโปรเจค 100 days of painting เวลาไปเที่ยวเตยมักพกเครื่องเขียนบางส่วนไปเพ้นท์ด้วย โดยเฉพาะทริปล่าสุดที่ไประนอง พกไปเยอะมากเลย แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะใช้เกือบหมดทุกอย่าง บางทริปอย่างเชียงใหม่ที่เตยรู้ว่าแถวที่พักมีร้านเครื่องเขียนเตยจะไม่พกสีไป แต่ไปซื้อที่โน้นแล้วพกกลับมาแทน หรือไม่ก็ส่งไปรษณีย์กลับมาที่กรุงเทพถ้าเกิดเป็นทริปยาวๆ วันนี้เตยจะมาสาธยายว่าเตยพกอะไรไปกันบ้าง

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

สี

ส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวในประเทศเตยมักนั่งเครื่องบินแบบ low cost ซึ่งมักไม่มีแถมค่าสัมภาระให้โหลดใต้เครื่อง ทำให้พกสีหลอดขึ้นเครื่องได้ไม่มาก เตยมักจะใช้สีน้ำในทริปนั้น โดยการบีบใส่หลุมแล้วปล่อยให้แห้ง หรือใส่สีน้ำของ Koi Sakura ส่วนสีอะคริลิคเตยเคยพกขึ้นเครื่องเป็นหลอดเล็กๆ หลอดเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เคยอ่านเจอว่าที่ต่างประเทศบางที่เค้าไม่ให้เอาขึ้น

พู่กัน

เตยมักพกไปทั้งแบบปกติและแบบแท้งค์แต่ก่อนขึ้นเครื่องก็เอาน้ำออกก่อน เตยไม่ค่อยวาดรูปบนเครื่องอยู่แล้วเพราะเมาเครื่องง่าย พู่กันขนาดที่มักพกไปเที่ยวที่ชอบทีสุดคือพู่กันของ ikea ที่มีด้ามสั้น น่ารัก พกพาสะดวก ตัวพู่กันก็คุณภาพใช้ได้อยู่ค่ะ

เครื่องเขียนที่พกไปเที่ยวด้วย

สมุดหรือกระดาษ

ช่วงนี้แยกสมุดเป็นสองเล่มคือเล่มที่เอาไว้จดงานและบันทึกความคิดโดยใช้สมุดของ Muji อีกเล่มเอาไว้เป็น Art Journal และจด Quote ที่ชอบ ใช้ของ MD notebook ทุกวันนี้ออกนอกบ้านก็เป็นบ้าหอบฟางพกไปสองเล่ม เวลาไปเที่ยวนอกจากสองเล่มนี้เตยก็พกสมุด sketch เล่มเล็กอีก 1 เล่มที่ได้มาจากฮ่องกง แล้วก็พกกระดาษวาดเขียนของ Canson ไปด้วยอาจเป็นขนาด A3 หรือ A4 แล้วแต่ทริป

ดินสอ

เตยเพิ่งเริ่มมาพกดินสอก็เมื่อไม่นานมานี้ที่ใช้ดินสอแต่งภาพด้วย พกแท่งเดียว 2B ของ Faber Castel ไม่ได้ซื้อมา แต่ก็ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน 555 เมื่อก่อนจะมีปลอกดินสอไว้กันเลอะ ตอนนี้ก็หาไม่เจอว่าปลอกดินสอนั้นหายไปไหนแล้ว

ปากกา

เตยพกอยู่แล้ว เอาไว้จดบันทึก เตยชอบใช้ Pigma ของ Sakura ปกติพกอันเดียว แต่ถ้าช่วงนั้นซื้อมาเยอะก็จะพกหลายๆ สีด้วย ถ้าเอาหนังสือไปอ่านด้วยก็จะพกปากกาไฮไลท์ไปด้วย ชอบของ Mildliner สีนุ่มดี

หลักๆ เตยพกเครื่องเขียนแค่นี้ ส่วนใหญ่เตยเที่ยวแบบแบคแพค บางทีก็ไปเที่ยวคนเดียวเลยพยายามที่จะพกไปให้น้อยที่สุด บางทีวาดเสร็จแล้วก็ส่งรูปที่วาดเสร็จกลับทางไปรษณีย์ บางทริปที่รู้ว่าโหดไม่มีเวลานั่งเรื่อยเปื่อยแน่นอนก็จะพกแค่สมุดจดกับปากกาหนึ่งด้ามเท่านั้น

ถึงเตยจะพกเครื่องเขียนไปด้วยแบบนี้แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนหรือไปทำกิจกรรมเตยก็ไม่พกไปนะคะ สุดท้ายแล้วความทรงจำเรานี้แหล่ะที่ดีที่สุด

 

Travel

ดำน้ำ Snorkel ที่เกาะในพม่า

หลังจากที่ออกจากเกาะพยาม จังหวัดระนอง เราก็ไปพักที่โรงแรมเรืองราษฏร์ซึ่งอยู่ในตัวเมืองระนองเพื่อเตรียมตัวไปดำน้ำกันต่อในวันรุ่งขึ้น จากท่าเรือเกาะพยามเข้าตัวเมืองเรามีรถที่จ้างเหมารวมไว้มารับ วันรุ่งขึ้นรถคันเดิมก็มารับเราไปส่งที่ท่าเรือแกรนด์อันดามัน

เพื่อนจองทัวร์ไว้กับ Grande Travel ชื่อทัวร์ 4 เกาะ หัวใจมรกต Day trip มีเกาะหัวใจมรกต (Cock’s Comb Island), เกาะฮอร์สชู (Horse Shoe Island), เกาะตาฟุ๊ก (Dunkin Island) และเกาะย่านเชือก (ZedetkyiKyun Island)

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ด้วยความที่เป็นการข้ามแดนไปที่ประเทศพม่า เราจึงต้องทำเรื่องเข้าและออกประเทศที่เกาะสน ประเทศพม่าก่อน ไกด์จะจัดการให้เราเรียบร้อย ไม่ต้องทำอะไรเลย เตรียม passport ไปอย่างเดียวเพราะคนไทยสามารถทำเรื่องขอผ่านแดนชั่วคราวได้เหมือนเวลาที่เราไปแม่สาย มีข้อแม้คือต้องกลับมาภายในวันเดียวกัน ส่วนต่างชาติที่ไม่ใช่คนไทยต้องทำวีซ่าหมดเพราะด่านนี้เป็นด่านเล็ก ไม่ใช่ด่านตรวจคนเข้าเมืองใหญ่ๆ อย่างในสนามบินหลักของพม่า

เตยเคยไปทัวร์ดำน้ำตื้นมา 4-5 ครั้งแล้ว เรือของทัวร์คราวนี้ใหม่สุด ดูคุณภาพดีสุดแล้ว เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ดำน้ำสภาพยังดีอยู่ ดูพนักงานช่วยงานกันดี บริการดี ไกด์ก็ช่วยเหลือดี ก่อนลงไกด์จะถามว่าใครว่ายน้ำไม่เป็นแล้วก็ช่วยพากันลงน้ำ คอยพาไปชี้ๆ ว่าตรงนี้คืออะไร ตรงนั้นคืออะไร

เกาะแรกที่เราไปกันคือ เกาะหัวใจมรกต (Cock’s Comb Island) ซึ่งต้องลอดถ้ำเข้าไปนิดหน่อย ถ้าน้ำขึ้นก็จะปิดทางเข้า โชคดีที่เตยไปน้ำกำลังดี เข้าไปก็จะดำไม่ลึก บางจุดก็พอจะยืนได้นะ แต่ไม่ควรยืนเพราะจะเหยียบปะการังและหอยเม่นได้ น้ำก็ใสดี มีคนเห็นนีโม่ด้วย เตยก็ไม่เห็น 555

ตอนนั้นรู้สึกตื่นๆ กังวลไปหมดเพราะเป็นครั้งแรกที่ดำน้ำหลังจากหัดว่ายน้ำแล้วและเป็นครั้งแรกที่ลงน้ำแบบไม่เกาะคนอื่นลอยไป ที่สำคัญมีประจำเดือนด้วย สำหรับสาวๆ ที่มีประจำเดือนวันนั้นพอดี ถ้ามาไม่เยอะแนะนำให้ใส่ผ้าอนามัยแบบสอด เลือกแบบที่มีพลาสติกช่วยใส่จะใส่ง่ายกว่า ประจำเดือนจะไม่มาตอนเราอยู่ในน้ำค่ะ แต่จะมาตอนเราขึ้นมาบนเรือแล้ว ถ้ามีห้องน้ำในเรือก็เปลี่ยนบนเรือได้ค่ะ (เตรียมถุงหรือกระดาษไปห่อขยะด้วยเน้อ)

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

เกาะต่อมาคือ เกาะฮอร์สชู (Horse Shoe Island) เป็นที่ๆ เราแวะกินข้าว บอกเลยว่าอาหารอลังการงานสร้างมาก ใช้เวลาที่นี่ค่อนข้างนาน เน้นกินข้าว ถ่ายรูป ลองไปดำน้ำดูก็ไม่เห็นมีอะไรเลย อย่าลืมไปถ่ายรูปตรงหัวเรือนะคะ งามมาก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

กินข้าวอิ่มแล้วเราก็ไปกันที่เกาะตาฟุ๊ก (Dunkin Island) เตยชอบที่นี่ที่สุด ถือว่าเป็นจุดพีคกว่าที่ไหนๆ ไกด์โม้ไว้ว่าหาดทรายนิ่มเหมือนแป้งขนมปัง ซึ่งนิ่มจริงๆ หาดสวยมาก ขาวมากๆ น้ำก็ใสมาก นั่งแช่น้ำดูวิวแค่นี้ก็ฟินแล้ว ที่นี่ก็เหมาะแก่การถ่ายรูปเหมือนกัน แต่นั่งแช่น้ำจนฟิน ลืมเรื่องรูปไปเลย

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

เกาะสุดท้ายคือ เกาะย่านเชือก (ZedetkyiKyun Island) ที่นี่มีปลาและปะการังหลากหลายดีค่ะ แต่เพราะก่อนหน้านี้มีพายุ น้ำก็จะไม่ค่อยใส เตยชอบปลาที่นี่หลายตัวสีสวยดี เห็นแล้วอยากเพ้นท์รูปเลยค่ะ  ที่นี่เตยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่ว่าฝากกล้องไว้ที่เพื่อนให้ช่วยถ่ายวิดีโอให้ ดูได้ข้างบนเลยนะคะ

ไปดำน้ำที่เกาะในพม่ามา สวยมากกกก

 

หลังจากนั้นไกด์จะพาไปที่ท่าเรือโรงแรมแกรนด์อันดามัน (เกาะสน พม่า) เพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม ตรงนี้เตยแนะนำให้เตรียมตัวมาอาบน้ำที่ข้างๆ สระว่ายน้ำแล้วค่อยเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำค่ะ เพราะว่าคนเยอะ แต่ห้องน้ำมีแค่ 2-3 ห้อง ถ้าเป็นต่างชาติต้องรีบกลับไปให้ทัน 6 โมงเพื่อทำเรื่องเข้าประเทศไทยค่ะ แต่คนไทยสามารถชิลต่อได้อีก 1-2 ชั่วโมงค่ะ

รวมๆ แล้วถือว่าเป็นทริปดำน้ำที่สนุกและประทับใจอีกทริปนึงเลย รู้สึกไม่เหนื่อยมากเหมือนทริปอื่นๆ ชอบที่สุดก็คือเกาะตาฟุ๊กนี่แหล่ะ สวยมาก ก.ไก่ล้านตัว อยากจะไปลอยน้ำแบบนั้นอีก

สุดท้ายขอขอบคุณภาพจากแพรวจ้า 🙂

Travel

พาเที่ยวเกาะพยาม ระนอง

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเตยไปเที่ยวเกาะพยาม จังหวัดระนองมา รู้สึกประทับใจและอยากแบ่งปัน เตยเคยไปเกาะพยามมาแล้วเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนเพื่อไปงานแต่งงานของเพื่อน แล้วประทับความเงียบสงบในเกาะก็เลยอยากกลับไปอีก แต่ก็ไม่ได้ไปสักทีเพราะเดินทางค่อนข้างยากเลยหาคนไปด้วยยากหน่อย จะไปคนเดียวก็ไม่กล้าเพราะอยากไปดำน้ำด้วยก็เลยอยากได้เพื่อนที่จะไปดำน้ำด้วยกันได้ และแล้วในที่สุดก็มีคนชวนไป ต้องขอบคุณงามๆ ที่มาชวน

แผนการของเพื่อนคือจะเดินทางมาเกาะพยามและค้างหนึ่งคืนแล้วกลับเข้าเมืองระนองเพื่อไปดำน้ำที่พม่าในวันถัดไปกลับมาพักที่ตัวเมืองระนองแล้วกลับกรุงเทพ แต่ว่าเตยเคยไปเกาะพยามแล้วและรู้ว่าแผนการแบบนี้จะค่อนข้างเหนื่อย อีกอย่างคืออยากเจอเพื่อน คุยกับเพื่อน และเตยชอบเที่ยวนานๆ ดูวิถีชีวิตของคนมากกว่าก็เลยตัดสินใจเดินทางไปก่อนสองวัน

การเดินทางไปเกาะพยาม

เมื่อหลายปีก่อนที่ไปเกาะพยามเตยใช้วิธีเช่ารถตู้ให้ไปส่งที่ท่าเรือเกาะพยาม โดยออกจากกรุงเทพ 4 ทุ่มถึงระนองประมาณ 6 โมงเช้า แวะตลาดในระนองแล้วค่อยไปที่ท่าเรือเพื่อขึ้นรถ ตอนนั้นจำได้ว่าพี่คนขับขับซิ่งมากกกกกก ซิ่งจนต้องตื่นมาลุ้น นึกว่าตัวเองเล่นรถไฟเหาะอยู่ ตอนนั้นไปกันหลายคน นั่งเต็มรถตู้ พอหารค่ารถแล้วถูกมากๆ ถ้าไปกันหลายคนจริงๆ วิธีนี้ก็ใช้ได้อยู่นะคะ ประหยัดและสะดวก

คราวนี้เดินทางคนเดียวเตยจึงใช้วิธีนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินระนอง แล้วต่อรถไปที่ท่าเรือเกาะพยาม ตอนนี้เท่าที่ทราบคือมีแต่นกแอร์เท่านั้น แต่ก็ได้ข่าวมาว่าแอร์เอเชียกำลังจะเปิดเส้นทางนี้แล้วเหมือนกัน พอตัดสินใจได้ก็เปิดเว็บ Traveloka เช็คราคาตั๋วเครื่องบินก่อนเลยเพราะ Traveloka มีโปรโมชั่นอยู่ตลอดเวลา แถมดูราคาง่ายไม่ต้องคิดมากด้วย

เครื่องบินที่มาลงที่ระนองเป็นเครื่องบินเล็ก แบบที่ปีกอยู่ด้านบนแล้วใบพัดอยู่ด้านข้างทำให้เวลานั่งจะรู้สึกสั่นเล็กน้อย ขาไปเตยเช็คอินออนไลน์มาเร็วเลยได้ที่นั่งด้านหน้าๆ ไม่ค่อยรู้สึกสั่นมาก แต่ขากลับนั่งด้านหลังแถวๆ ปีกรู้สึกสั่นนิดๆ แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงกับเวียนหัวอะไร เพื่อนๆ ที่ตามมาทีหลังบอกว่าตอนมาอากาศไม่ค่อยดีเครื่องบินเลยสั่นมากๆ น่ากลัวมาก เตยโชคดีที่ไม่ได้รับประสบการณ์นั้น

เกาะพยาม: ทางไปท่าเรือ

พอออกจากสนามบินมาจะเจอรถบัสจอดอยู่ด้านซ้ายของตัวอาคาร เป็นรถที่จะไปที่ท่าเรือ คนขับรถจะมาเก็บเงินก่อนรถออกโดยจะถามว่าจะจอง speedboat ด้วยไหม แต่เตยจองไว้แล้วจากเว็บ Ranong Ferry เลยจ่ายแค่ค่ารถ 200 บาท ส่วนค่า speedboat ราคา 350 บาท ถ้าจองไปกลับจากเว็บ Ranong Ferry ราคาจะถูกลง แต่ขากลับเตยจะกลับพร้อมเพื่อนเลยไม่ได้จอง ส่วนเพื่อนๆ เตยใช้วิธีเหมารถสองแถวให้ไปส่งที่ท่าเรือ, รับไปส่งในตัวเมือง และรับจากตัวเมืองไปส่งที่สนามบิน

ส่วนของเรือ speedboat จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 45 นาทีแล้วแต่ว่ามีแวะรับส่งคนที่เกาะใกล้ๆ รึเปล่า แต่ถ้าเป็นเรือ Ferry จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงแต่ราคาถูกลงมาก ครั้งแรกที่ไปเกาะพยามเตยก็ใช้บริการเรือนี้กลับเพื่อนๆ ขาไปก็สนุกดี แต่ขากลับเราก็เหนื่อยกันแล้วเนอะ หลับเป็นตายตลอดทาง ฮ่าๆ

เกาะพยาม: เรือ Ferry

การเดินทางภายในเกาะพยาม

มอเตอร์ไซต์ค่ะ ตรงท่าเรือจะมีร้านให้เช่ารถมอเตอร์ไซต์ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าควรต้องขับแข็งหน่อยเพราะทางแคบและเป็นเนินขึ้นลงเยอะ ที่พักบางแห่งก็ไม่มีถนนเข้าไปต้องลุยป่านิดหน่อย แต่ว่าถ้าขับไม่เป็นก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่เขามีวินมอเตอร์ไซต์ค่ะ เตยเห็นบางคนก็เดินจากหาดนึงไปอีกหาดอยู่เหมือนกันนะคะ ถ้าใครชอบเดินใช้วิธีเดินเอาได้ค่ะเตยก็ขับรถไม่แข็งเหมือนกัน เวลาไปเที่ยวที่แบบนี้เตยก็มักจะใช้วิธีพักที่ๆ เราอยากเที่ยว แล้วก็เปลี่ยนโซนที่พักไปเรื่อยๆ แทน

เพื่อนกระซิบบอกมาว่า ตอนนี้เขามีแพลนที่จะทำถนนให้ครบรอบเกาะ อีกหน่อยน่าจะเดินทางไปสะดวกกว่าเดิมค่ะ

ที่พัก

ครั้งแรกที่เตยไปเกาะพยาม เตยพักที่ PP Land Beach ค่ะ ที่นี่เงียบและสันโดษมาก แต่ก็มีทุกอย่างให้ครบเลย มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนส มีร้านอาหาร มีแมว มีหมาให้เล่น (เดี๋ยวๆ) ใครต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ

มาเกาะพยามรอบนี้เตยอยากพักที่หาดเขาควายเพราะจำได้ว่าที่นี่พระอาทิตย์ตกสวยมาก เพื่อนก็เลยให้มาพักที่ Heaven beach resort อยู่หน้าหาดเลย มองจากที่นอนก็เห็นทะเลเลย สวยมากๆ ชอบมาก ห้องพักเป็นห้องพัดลมนะคะ มีน้ำอุ่นให้ มีน้ำให้เป็นถังเลย ห้องกว้างมาก ห้องน้ำก็กว้าง มีระเบียงหน้าบ้านให้ไปนั่งเล่นได้ เตยใช้พื้นที่ด้านหน้าห้องนี่แหล่ะเป็นสตูดิโอส่วนตัว นั่งวาดรูปบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ชอบสุดก็ม้านั่งในห้องนี่แหล่ะ เป็นที่วางของและนอนเล่นที่ดีมากเลย

ข้างล่างนี้เป็นรูปที่พัก Heaven beach resort และหาดเขาควายหน้าที่พัก

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: หาดหน้า Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ที่พักเกาะพยาม: Heaven Beach Resort

ความบันเทิงคือวันที่พักที่นี่…ฝนตกทุกวันคร่าาาา พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้เห็นเท่าไหร่ แล้วก็ไม่กล้าซ่ามากเดี๋ยวป่วยก่อนไปดำน้ำ สัญญาณมือถือในห้องก็ติดบ้างไม่ติดบ้างแต่ว่าที่หาดสัญญาณชัดมาก สรุปได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างจริงจังเพราะไปไหนไม่ได้ เล่นน้ำก็ไม่ได้ 555 ที่สำคัญพอถึงวันกลับฟ้าใสแจ๋ว ลมดี แดดดีค่ะ เตยมาพร้อมฝนจริงๆ คร่าาท่านผู้โชมมม

สำหรับใครที่อยากพักห้องแอร์แต่ยังอยากพักที่หาดเขาควาย เตยแนะนำชมจันทร์ รีสอร์ทค่ะ

อาหารการกิน

ส่วนใหญ่เตยอยู่แต่ในรีสอร์ทก็เลยได้ทานอาหารของรีสอร์ทเป็นหลักค่ะ เมนูที่เพื่อนแนะนำคือยำสาหร่าย แต่เตยไม่ได้ทานเพราะช่วงนั้นเขาไปเก็บสาหร่ายมาให้ไม่ได้ อีกร้านคือร้านอาหารมังสวิรัตที่ชื่อ Cha & Chai Home ร้านอยู่ทางไปอ่าวใหญ่นะคะ ก่อนไปเพื่อนเคลมว่า อร่อยมากๆ ร้านนี้คนจะเต็มก่อนร้านอื่นตลอดเลยก็ยังไม่เชื่อนะ พอได้กินแล้ว..สมคำล่ำลือค่ะ อร่อยมากๆ เตยไม่ชอบกินมะเขือเทศและแตงกวา แต่อาหารที่เตยสั่งมามีทั้งสองอย่างนี้และเตยกินได้ทั้งสองเลย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าแตงกวาอร่อย จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือมีเมนูเยอะมากกกกกกเหมือนรายงานส่งอาจารย์เลย สุดท้ายเตยใช้วิธีถามน้องๆ ในร้านว่าเมนูไหนดีแทนค่ะ ยอมแพ้ 555 แล้วเห็นเมนูเยอะ อย่าเผลอสั่งเยอะเกินไปนะคะ เพราะเขาให้เยอะมากด้วยเหมือนกัน กินไปตั้งนานกลับมามองอีกทีก็ยังเหลืออีกครึ่งจาน แต่ก็อร่อยจนกินหมดแหล่ะ พอเพื่อนๆ เตยมาก็เลยชวนไปกินอีกรอบแบบว่าอร่อยจนต้องซ้ำค่ะ ข้างล่างคือเมนูที่สั่งทั้งหมด ที่เตยชอบสุดก็คือนาโช่ค่ะ

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

ร้านอาหาร Cha & Chai Home ที่เกาะพยาม

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมในเกาะ

โบสถ์กลางน้ำของวัดเกาะพยาม พระพุทธรูปยืนปางลีลาหันหน้าออกทะเล รอบๆ โบสถ์มีลักษณะคล้ายๆ ดอกบัวล้อมรอบโบสถ์อีกทีค่ะ สวยๆ เหมาะกับการถ่ายรูปค่ะ

โบสถ์วัดเกาะพยาม

อ่าวใหญ่ เพื่อนบอกอ่าวนี้จะใหญ่สุด ในหน้าไฮซีซั่นที่พักในหาดนี้จะเต็มก่อนเสมอ เท่าที่เตยไปก็เห็นว่าคนเยอะสุดนะคะ ร้านอาหารต่างๆ ก็เยอะด้วยเหมือนกัน คลื่นก็ค่อนข้างแรงและสูงด้วย เห็นคนฝึกโต้คลื่นที่นี่อยู่เหมือนกันค่ะ

อ่าวใหญ่ เกาะพยาม จังหวัดระนอง

อ่าวเขาควาย ที่นี่มีลักษณะคล้ายเขาควายก็เลยเรียกว่าอ่าวเขาควายค่ะ เป็นหาดที่เตยพักที่นี่มีหินทะลุ อันนี้เตยไม่ได้ไปแต่ทุกคนบอกสวย เหมาะกับการถ่ายรูป ส่วนหาดที่นี่สงบกว่าอ่าวใหญ่มาก ใครอยากได้ความสงบเตยก็แนะนำที่หาดนี้ค่ะ

หาดเขาควาย เกาะพยาม

ร้าน Magic shop ร้านขายเครื่องประดับทำมือ เสื้อผ้า งานฝีมือจากอินเดีย และขนมเค้ก คุกกี้ เป็นร้านเพื่อนเตยเอง ฮ่าๆ แต่ถึงจะไม่ใช้ร้านเพื่อนเตยก็จะแนะนำให้ไปแวะอยู่ดีเพราะของที่ได้จากร้านนี้แตกต่าง ไม่เหมือนกับที่ได้จากร้านอื่นๆ ในเกาะนี้แน่นอน แต่ถ้าใครเห็นเครื่องประดับสวยๆ แล้วอยากทำเองก็ไปลงเรียนได้ที่ Heavenly Jewelry Art Studio นะคะ อ่อร้านอาหารตรงข้ามร้าน Magic มีเมนูชาต้มยำ อยากให้ไปลองกันค่ะ

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

เกาะพยาม: Magic Shop

ข้างล่างนี้เป็นรูปสตูดิโอสอนทำเครื่องประดับ เข้าไปดูแล้วก็อิจฉา อยากมีสตูดิโอของตัวเองบ้างเหมือนกัน

เรียนทำเครื่องประดับที่เกาะพยาม

นอกจากนี้ก็มีเรียนโยคะ ถ้าใครอยากไปเล่นโยคะที่นั่นเตยเห็นป้ายโยคะอยู่เรื่อยๆ นะคะ ที่มีชัวร์ๆ คือที่ Cha & Chai Home แล้วก็เห็นมี workshop งานไม้ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปดู ที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะอยู่นะคะ แต่ต้องหาให้เจอเท่านั้น ฮ่าๆ

อื่นๆ

เกาะพยามเหมาะที่จะไปเที่ยวช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมนะคะ นอกนั้นฝนตกหนักมากค่ะ เตยไปช่วงต้นธันวาคมคนยังน้อยอยู่แล้วก็ยังมีฝนตกอยู่ เพื่อนบอกว่าปกติคนจะเยอะหลังกลางเดือนธันวาคมไปแล้วค่ะ

อ่อ ที่นี่หมาเยอะมากกกก ไปหาดไหนก็เจอหมา บางทีเจอเป็นสิบตัวค่ะ แต่หมาดูดีนะ บางตัวเหมือนเป็นพันธุ์ผสมหมาฝรั่งเลย แนะนำให้เตรียมตัวไปเล่นกับหมาค่ะ 555 ส่วนพลคนรักแมวอย่างเตย…เจอแมว 1 ตัวถ้วนค่ะ

มาเกาะพยามคราวนี้ได้รู้จักเกาะมากกว่าคราวที่แล้วเยอะมากและก็ยังชอบเกาะนี้เหมือนเดิม รู้สึกว่ามีพลังงานที่ดีในเกาะ ได้เจอคนดีๆ ตอนไปกินข้าวกับเพื่อนก็ได้รู้จักผู้หญิงคนนึงที่ทำเรื่อง Emotion healing ซึ่งเตยก็สนใจเรื่องนี้อยู่พอดี ถึงจะไม่ได้คุยอะไรกับเขามากแต่ก็เปิดโลกให้เตยได้ไปค้นข้อมูลต่อ บรรยากาศในเกาะก็ดูง่ายๆ เป็นกันเองเหมือนตอนเด็กๆ เลย ใครไม่สบายใจอยากได้ที่พักสงบๆ สักพัก เตยแนะนำที่เกาะพยามเลยค่ะ

สุดท้ายขอบคุณเพื่อนที่ชวนไปเที่ยว ขอบคุณเพื่อนที่เหนื่อยเลี้ยงลูกแล้วยังพาเราไปโน้นไปนี่ หาที่พักให้ คอยดูแลอย่างดี ขอบคุณรูปถ่ายจากแพรวด้วย

 

SaveSave

SaveSave

SaveSave

Stationary

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ได้สมุด MD Midori A5 มาพักนึงแล้วแต่เพิ่งจะได้ฤกษ์เอามาใช้และแอบตกใจกับความดีงามของกระดาษ อย่างที่รู้กันว่ากระดาษของ Midori อย่างไส้สมุดที่ใช้ใน Traveler’s Notebook นั้นก็ดีแล้ว ใช้ระบายสีน้ำได้ ใช้หมึกซึมได้ไม่ทะลุ คราวนี้ฝากเพื่อนซื้อมาจากญี่ปุ่นแล้วเจอว่ามันมีกระดาษแบบ Cotton ด้วย คือกระดาษทำจากใยฝ้ายซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง เลยบอกให้เพื่อนซื้อขนาด A5 อย่างละแบบ ได้มา 2 เล่มคือ กระดาษธรรมดาลายตาราง (Grid) และกระดาษผสม Cotton ไม่มีลาย

ภาพรวมของสมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ทั้งสองเล่มเป็นสมุดแบบเย็บกี่ทำให้กางสมุดได้อย่างเต็มที่ มีหน้าแรกที่เว้นช่องไว้ให้เขียนชื่อได้ ด้านหลังของสมุดจะมีสติกเกอร์แนบมาให้ใช้ติด ในเล่มมีริบบิ้นสำหรับคั่นหน้ามาให้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะมีหลายสีให้เลือก แต่เตยได้สีขาวมาและไม่ค่อยได้ใช้ด้วย

สมุดแบบผสม cotton กระดาษจะออกสีขาว ส่วนกระดาษธรรมดาจะออกเหลืองนวลดูสบายตา ส่วนตัวช่วงนี้ชอบกระดาษสีขาวเพราะดูสะอาดดี ดูเหมือนของใหม่ ฮ่าๆ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

 

สมุด MD Midori Paper

เตยได้สมุดแบบธรรมดาลายตารางมาในราคา 800 เยน ไม่แน่ใจว่าในไทยขายราคาเท่าไหร่ แต่น่าจะแพงกว่านิดหน่อยค่ะ เนื้อกระดาษถูกออกแบบมาให้มีสัมผัสลื่นๆ มีสีเหลืองนวลให้ดูสบายตา ส่วนลายตารางเป็นสีเขียวขุ่นทำให้ตารางไม่ดูเด่นไป แต่ก็ยังเข้มพอให้เป็นแนวทางสำหรับเขียนได้

สมุด MD Midori Paper

เตยทดลองใช้สีอะคริลิก, สีเทียน และปากกาลูกลื่นระบายลงบนกระดาษประมาณ 2-3 ชั้น พอแห้งแล้วลองพลิกดูด้านหลังกลับไม่มีรอยอะไรเลย แต่กระดาษย่นลงเล็กน้อย ถ้าไม่คิดมากเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นสมุดที่พกไปเที่ยวเพื่อ sketch ได้ดีเลย

สมุด MD Midori Paper

สมุด MD Midori cotton

ส่วนสมุด Midori cotton นั้นผลิตจาก cotton 20% ซึ่ง Midori เคลมว่าทำให้กระดาษอยู่ได้นานกว่า บางกว่า และดูดซับได้มากกว่าด้วย เล่มนี้ราคา 900 เยนแพงกว่าแบบธรรมดานิดหน่อย พอลองจับแล้วจะรู้สึกถึงผิวสัมผัสที่มีรอยมากกว่าแบบธรรมดา แล้วก็บางกว่าจริงๆ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

ทดสอบกระดาษเหมือนเดิมคือใช้สีอะคริลิก, สีเทียน และปากกาลูกลื่นปรากฎว่าด้านหลังไม่ซึมเลยเหมือนกัน แต่กระดาษยังย่นอยู่ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเสน่ห์แบบนึง ทำให้รู้สึกว่าเราได้ใช้สมุดนี้จริงๆ

สมุด MD Midori Cotton

ส่วนหน้าที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมก็ยังมีลายด้านหลังนิดหน่อย แต่รวมๆ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

สมุด MD Midori Cotton

ความรู้สึกส่วนตัวคิดว่ากระดาษไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย ไม่ซึมไปด้านหลังเหมือนกัน แต่ถ้าชอบกระดาษที่มี texture หน่อยๆ กระดาษโทนสีขาวก็เลือกแบบ cotton ถ้าชอบแบบลื่นๆ กระดาษโทนสีครีมก็เลือกแบบธรรมดาได้เลยค่ะ ส่วนเตยชอบแบบ cotton รู้สึกว่าสัมผัสมันดีกว่ามาก ระบายสีสนุกกว่าด้วยค่ะ

สมุด MD Midori cotton และสมุด MD Midori Paper

SaveSave

Travel

10 ml. Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

แถวบ้านมีร้านกาแฟมาเปิดใหม่ เข้าไปนั่งเล่นมา 2-3 ครั้งแล้ว ชื่อร้าน 10 ml. เท่าที่เข้าใจจากการอ่านผ่านๆ คือร้านนี้เปิดโดยเจ้าของสำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร เป็นร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่ โดยเมนูอาหารในร้านจะล้อไปกับนิทรรศการงานศิลปะที่จัดขึ้นในเดือนนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในแต่ละเดือนให้เราได้เรียนรู้จากศิลปินต่างๆ ด้วยค่ะ เช่นเรียนวาดรูป เรียนกปักผ้าแบบเบื้องต้นค่ะ ใครสนใจลองเข้าไปติดตามในเพจ 10 ml. นะคะ

เดิมทีตรงนี้เป็นร้าน Porjai จะให้ความรู้สึกนุ่มๆ อุ่นๆ เงียบๆ มาทีไรสบายจนง่วงนอนตลอดเลย 555 พอปรับโฉมเป็นร้าน 10ml. จะออกสนุกสนานร่าเริงค่ะ เน้นใช้สีเหลือง มีกราฟฟิคน่ารักๆ ดูเด็กลงมากเลย ส่วนเมนูต่างๆ เตยยังไม่ได้ลองอะไรเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้คุมน้ำหนัก ลดหวานอยู่เลยสั่งแต่ชาร้อนตลอดเลยค่ะ ซึ่งชาที่นี่ก็อร่อยใช้ได้น๊า

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

วันนี้เตยจะพาย้อนไปเที่ยวนิทรรศการของเดือนตุลาคมค่ะ เป็นงานนิทรรศการสีน้ำ A little girl with her flowers ของซิบบิล เมนูในร้านก็จะเป็น Secret Garden Cake ประมาณนี้ ส่วนตัวชอบงานของอยู่บ้างแล้ว เป็นสไตล์น่ารักๆ คนเข้าถึงได้ง่ายค่ะ

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

เข้าไปก็จะมีโซนกิจกรรมก่อน ให้เราเขียนชื่อแล้วก็ห้อยไว้ตรงตะแกรงค่ะ แต่ลายวาดน่ารัก ได้ยินว่ามีคนเอากลับบ้านไปเยอะ ฮา

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

ต่อมาก็มีให้เสี่ยงเซียมซี เตยได้เลข 3 ดอกกุหลาบ บอกว่าเป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสต์และแอบหัวโบราณอยู่หน่อยๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยตรงนะคะ (แอบเซ่!)

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

เข้ามาในงานก็เป็นรูปภาพสีน้ำเปรียบผู้หญิงกับดอกไม้ว่าจะมีนิสัยใจคอและการแต่งกายแบบไหนบ้าง มีประมาณ 10-12 ดอกมั้งคะ ชอบงานของซิบบิลตรงความละมุน ละเอียดอ่อนมากๆ ค่ะ นับถือสุดๆ เพราะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

สุดท้ายเดินทั่วแร่ะ คิดว่าตัวเองเหมือนดอกพริมโรสสุด เค้าบอกว่าเป็นคนสดใสและอ่อนเยาว์ เขินเบย 555

10 ml Cafe Gallery ร้านกาแฟกึ่งแกลอรี่สำหรับคนรักงานศิลปะ

ร้านตั้งอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร (คนละที่กับซอยโชคชัย 4 นะคะ มีคนเข้าใจผิดจริงๆ นะ) เข้ามาได้จากทางวิภาวดี 16/6 หรือนั่งมาลง MRT รัชดาแล้วนั่งรถกระป๊อมาก็ได้ค่ะ

ใครสนใจติดตามเพจ 10ml ดูได้ว่ามีเดือนหน้ามีงานนิทรรศการอะไรบ้างค่ะ https://www.facebook.com/10mlcafegallery/