27 สิ่งที่ประทับใจในช่วงอายุ 27 ปี

วันนี้เป็นวันพิเศษที่ธรรมดา เป็นวันเกิดของเตย วันนี้อายุ 28 แล้ว :) วันนี้เป็นวันสำหรับทบทวนชีวิต และใช้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัว

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นเยอะมากในชีวิต ได้เรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่อยากลองทำเยอะมากด้วย และวันนี้เตยอยากรวบรวม 27 สิ่งที่ประทับใจในปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นการทบทวนตัวเองไปในตัวด้วย

27 Things I love when I was 27

    1. เปิด Catisfy ขายงานฝีมืออย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าจะเปิดร้านมานานแล้ว แต่ปีนี้เป็นปีที่จริงจังมาก และเริ่มคิดแบบเป็นธุรกิจมากขึ้น
    2. ได้เจอลูกค้าตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรก เตยมักขายสินค้าออนไลน์เสมอ ทำให้ไม่ได้มีโอกาสได้เจอลูกค้าจริงๆ
    3. ลาออกจากงานประจำ  เตยได้เรียนรู้อะไรมากมายในงานประจำ ได้เปลี่ยนวิธีคิดที่กว้างขึ้น ไม่มีเพดานของเงินเดือนมากั้นความคิดอย่างที่เคยมี การไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็น designer หรือพนักงานประจำอย่างที่เคยกลายเป็นความโล่งใจแบบแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูก ที่จริงเดือนนี้เป็นเดือนที่ 6 แล้วที่ลาออกจากงานประจำ ถึงแม้ว่าเตยจะไม่แน่ใจว่าจะกลับไปทำงานประจำอีกไหม แต่การลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับตอนนั้นแล้ว เตยมีความสุขมากขึ้นมากๆ เตยรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แต่การมีชีวิตหายใจไปวันๆ
    4. ได้ลองเป็นครูสอนศิลปะเด็ก ก่อนที่จะลาออก เตยลองทำงานหลายๆ อย่างที่คิดว่าชอบ งานสอนศิลปะเด็กเป็นงานนึงที่ทำแล้วชอบมาก อยู่กับเด็กมีความสุขมาก ตลกดี มีเรื่องให้แปลกใจเยอะดี นึกทีไรก็ขำตลอด ได้รู้จักกับการ์ตูนยอดฮิตของเด็กๆ
      Life in Pocket เดือนมิถุนายน
    5. ได้รู้ว่ามีคนรอบข้างคอยสนับสนุนเตยอยู่เสมอ ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนมากจริงๆ
    6. ได้ Kindle มาอ่าน ต้องขอบคุณโอที่ช่วยซื้อมาให้ ทำให้เตยมีนิสัยการอ่านที่เปลี่ยนไป อ่านหนังสือได้เยอะขึ้นมากๆ
      The Promise of a Pencil: How an Ordinary Person Can Create Extraordinary Change
    7. ได้ไปเที่ยวเกาะเชจู เกาหลีใต้ เป็นเมืองที่ชอบมากกกกกกกก อากาศดีมากกกกกกกก อากาศหนาวแต่ก็ไม่เป็นภูมิแพ้ รู้สึกปอดสะอาดขึ้นมาเลย พอกลับมากรุงเทพเท่านั้นแหล่ะ ป่วยไปสองเดือน อยากจะย้ายไปอยู่เกาะเชจูสุดๆ
    8. Aha moment อยู่ๆ ก็นึกออกว่าอยากทำอะไร ถึงเป็นส่วนเล็กๆ แต่พอเอาหลายๆ อย่างที่เรียนรู้มาปะติดปะต่อกับสิ่งที่นึกออกก็ทำให้เห็นภาพกว้างๆ มากขึ้น
    9. มีเพื่อนบอกว่า เตยเป็นคนกล้าคิดและกล้าทำ เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินในชีวิต ตั้งแต่เด็กจนโตมีแต่คนบอกว่าเป็นคนขี้อาย พอมีคนบอกว่ากล้าดี เตยดีใจมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนกล้าขึ้นมาเลย ฮ่าๆ
    10. ได้คุยกับเพื่อนบ่อยขึ้น ใช้เวลากับเพื่อนบ่อยขึ้น เป็นผลพลอยได้จากการลาออกจากงานประจำ ทำให้สามารถกำหนดเวลาการทำงานได้ วันไหนเราอยากกินข้าวกับเพื่อนก็ออกไปกินได้เลย จากเมื่อก่อนปีนึงเจอกันครั้งนึง เดี๋ยวนี้เจอกันเดือนละครั้งได้เลย
    11. สร้างวงกลมให้แมวอยู่แล้วแมวเข้าไปอยู่จริงๆ เห็นมีคนโพสในเว็บ ลองทำดูกับเพื่อนๆ แล้วมันเข้าไปอยู่จริงๆ ตลกมาก
    12. เริ่มเขียน Morning pages สำหรับเตย การได้เขียนบันทึกทุกๆ วันตอนเช้า เป็นการทำสมาธิในรูปแบบนึง หลายๆ ครั้งที่คิดอะไรออกตอนที่เขียน ปัญหาที่มีอยู่ก็หาทางแก้ได้จากการเขียน รู้สึกชอบการเขียนมาก อาจจะชอบมากกว่าการวาดรูปด้วยซ้ำ
    13. ได้ฝึกทำกับข้าว เตยไม่เคยคิดจะหัดทำกับข้าวเลย ที่สำคัญอร่อยด้วย (ทำเองชมเอง 555) รู้สึกว่าอาหารมีคุณภาพ มีสารอาหารมากขึ้นเวลาทำกับข้าวกินเอง (เว้นแต่ทำมาม่า)
    14. ซื้อประกันสุขภาพ ปีที่แล้วตอนต้นปีเตยป่วยหนักแล้วบริษัทที่เตยทำงานอยู่ก็ไม่ได้มีประกันสุขภาพให้ ทำให้ค่าใช้จ่ายตอนนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเตย เตยเลยตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพ กลายเป็นการตัดสินใจที่ดีอีกครั้งนึงของปี เพราะหลังจากนั้นมาป่วยบ่อยมากๆ แถมมีอุบัติเหตุรถชนด้วย คุ้มเลย
    15. เรียนเครื่องหนัง ชอบมากเลย
      Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus
    16. เรียนปักผ้า ประทับใจการปักผ้าตรงที่บังคับให้เตยใช้ชีวิตช้าลง เหมือนเป็นการทำสมาธิอีกแบบนึง ต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ไม่งั้นเข็มทิ่มเจ็บตัวแน่นอน ตอนที่ไปเรียนได้เจอคนหลากหลายแบบด้วย ทำให้รู้สึกมั่นใจในตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น
    17. รู้จักคนเก่งๆ มี lifestyle ที่ต่างจากคนอื่นๆ มากขึ้น หลังจากลาออกทำให้มีเวลาไปลงเรียนอะไรเยอะ และพยายามลงเรียนในวันธรรมดาด้วย ทำให้เจอคนที่ไม่ใช่พนักงานประจำมากขึ้น ได้เจอคนหลายหลายรูปแบบ เกิดความมั่นใจในเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น
    18. ได้ไปเที่ยว 2 ประเทศในหนึ่งปี คือ ลาว และเกาหลีใต้ จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะเที่ยวปีละหนึ่งประเทศ
    19. ได้ไปเที่ยวหนองคาย อากาศดีมากๆ สดชื่นมาก รู้สึกเหมือนกลับไปอยู่เชียงใหม่สมัยเด็กๆ เลย
    20. ไปงานสัมมนา The New Rich ทำให้ได้ฟังคุณบัณฑิตขึ้นพูด ประทับใจความมีพลัง ความกระตือรือร้นของคุณบัณฑิตมาก หลังจากนั้นเตยซื้อหนังสือเสียงมากเต็มเลย แต่ละอันดีๆ ทั้งนั้น ฟังได้หลายๆ รอบ
    21. ได้ Midori traveler’s notebook มาครอบครอง โดยมีโอซื้อให้อีกแล้ว
      my-midori-traveler-notebook-2
    22. ดู The return of superman ของเกาหลี คลายเครียดมากๆ เด็กๆ ตลกดี ดูไปนึกถึงเด็กๆ ที่เคยสอนไป
    23. ได้ feedback ที่ดีจากลูกค้าผ่านทาง Catisfy ดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าของงานของเรา
    24. เกิดเหตุการณ์ต้นบอนชอน โดมพูดผิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมากว่า “โดมอยากปลูกต้นบอนชอน” เตยงงไปพักใหญ่คิดว่าตัวเองจำชื่อผิด คิดไปคิดมา เฮ้ย! ต้องเป็นต้นบอนไซไม่ใช่หรอ 5555 เป็นอะไรที่ตลกมากๆ ขำจนท้องแข็ง
    25. กลับมาเล่น postcrossing อีกรอบ Postcrossing คือการส่งโปสการ์ดให้กับคนที่เราไม่รู้จัก แล้วจะมีคนไม่รู้จักส่งมาให้เราด้วยเหมือนกัน สนุกดี ทำให้ได้โละโปสการ์ดน่ารักๆ ที่มีอยู่ไปใช้จริงๆ
    26. ได้ไป Cat cafe กับเพื่อนๆ เล่นแมวถุงสนุกมาก
    27. มีลูกค้าชอบงานปักและคาแรคเตอร์ของแมวที่เตยวาด และขอให้ทำปกสมุดให้เค้า ลูกค้าคนนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เตยทำงานในสไตล์ของตัวเองมากขึ้น และเห็นสไตล์ของตัวเองมากขึ้นด้วย ขอบคุณลูกค้าคนนี้มากๆ

Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus

Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้เห็นงานหนังบ่อยมากๆ จากการตามดูสมุดปกหนังแบบต่างๆ จนเริ่มรู้สึกสนใจงานหนังมากขึ้นเรื่อยๆ และอยากลองทำสมุด Traveler’s notebook จากหนังบ้าง ที่ผ่านมาทำด้วยผ้ามาตลอดเลย เคยไปซื้อหนังแบบ PU มาทำก็ไม่สวย ไม่มีเสน่ห์เท่าไหร่ สุดท้ายเลยตัดสินใจลงเรียนทำเครื่องหนังกับ Craftmangus

ที่ Craftmangus มีคอร์ส 2-3 คอร์ส คือแบบ Bold, Light และคอร์สที่สอนตอกทำลายหนัง เตยลงเรียนคอร์ส Light เพราะว่าเป็นคอร์สนี้สอนทำกระเป๋าสตางค์แล้วแบบกระเป๋าก็คล้ายๆ กับแบบของปกสมุดด้วยที่เตยตั้งใจเรียนมาทำโดยเฉพาะ ที่สำคัญมีงบแค่นั้น ฮา ส่วนคอร์ส Bold ที่ใหญ่กว่า ราคาสูงกว่าเท่าที่เตยเข้าใจคือสอนทำแพทเทิร์นให้เอาไปทำกระเป๋าได้เองค่ะ

Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus

คอร์ส Light เรียนทั้งหมด 2 วันสิ่งที่จะได้กลับไปคือ พวงกุญแจ, ที่ใส่นามบัตร และกระเป๋าสตางค์ โดยกระเป๋าสตางค์จะมีแบบให้เลือกทำอยู่ประมาณ 4-5 แบบ เตยเลือกแบบกระเป๋ายาวเพราะใกล้เคียงกับปกสมุดที่สุด ในคลาสจะมีนักเรียนทั้งหมด 6 คน วันแรกเรียนพื้นฐานว่าอุปกรณ์ใช้ยังไง ต่างกันยังไง เลือกใช้ยังไง ซื้อที่ไหน แล้วก็เรียนทำพวงกุญแจ ทำที่ใส่นามบัตร ส่วนวันที่สองเรียนทำกระเป๋าสตางค์ที่บอกไปคือแผนการสอน

ความเป็นจริงคือทำไม่ทันกัน ทำผิดบ้างทำให้ต้องมาทำต่ออีก 2 วัน อย่างเตยทำผิดก็เลยต้องทำเพิ่มเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง 5555 แต่ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ งานสวยยย (ทำเองชมเองอีกแล้ว) ครูขิงที่เป็นคนสอนก็ตั้งใจสอนมาก รู้สึกได้ว่าชอบงานหนังมากๆ เดี๋ยวนี้หายากนะคนที่ชอบงานที่ตัวเองทำแบบนี้

Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus

หลังจากเรียนได้ 3-4 วันได้เรียนรู้ว่าการงานเครื่องหนังเนี่ยไม่ง่ายเลยนะ ขั้นตอนในการทำก็เยอะมากเลย ต้องใช้แรงเยอะด้วย โดยเฉพาะคนที่ไม่มีกล้ามแขนอย่างเรา ตอกเจาะรู้ไปเป็นสิบรอบถึงจะทะลุ ตอนแรกคิดว่าเพราะไม่ได้เข้าฟิตเนสทำให้แรงน้อย หันไปเห็นเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันเท่านั้นแหล่ะ..อ๋อออ เป็นกันทุกคนนี่หน่า ฮ่าๆ นอกจากนี้งานหนังเป็นงานที่ฝึกสมาธิมากเลยทีเดียว สมาธิเสียนี่ปักผิดบ้าง ตอกเบี้ยวบ้าง เข็มจิ้มบ้าง

Project 38 ของ #100DIYprojects : เรียนทำเครื่องหนังที่ Craftmangus

ข้อเสียที่รู้สึกได้ของงานหนังคือ อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้เริ่มต้นทำงานก็มีราคาค่อนข้างสูง ไม่เหมือนงานผ้าที่มีไม่กี่อย่างก็เริ่มได้แล้ว แต่ข้อดีคือ ถ้าดูแลรักษาดีๆ อุปกรณ์พวกนี้ก็อยู่ได้นานไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ (มั้ง) ผลงานที่ออกมาก็ดูจะคงทนกว่างานกระดาษและงานผ้าด้วย ที่สำคัญงานหนังมันมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนงานอื่นๆ เลย มันมีความอิสระในอีกรูปแบบนึง

หลังจากเรียนเสร็จตั้งใจว่าต่อไปนี้ถ้าเจอคนที่ทำเครื่องหนังขายจะสนับสนุนเต็มที่ด้วยการไม่ต่อราคา ฮา (จริงๆ ปกติก็ไม่ต่อราคาอยู่แล้วนะ) สำหรับใครที่สนใจงานเครื่องหนัง แนะนำให้เรียนที่ Craftmangus เลยค่ะ

100 DIY Projects เป็นโปรเจคระยะยาวที่เตยจะทำงานฝีมือเป็นจำนวน 100 อย่างจะเป็นชิ้นเล็กหรือว่าชิ้นใหญ่ก็ได้ภายใน 1 ปีเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2014 โดยจะบันทึกโดยใช้  #100DIYprojects  ใน Instagram และในบลอค

Life in Pocket : January 2015

ในปีนี้เตยเปลี่ยนรูปแบบของ Life in pocket เป็นแบบ 6×8 นิ้วจากเมื่อก่อน 12×12 นิ้ว เพราะว่าอัลบั้มเล็กกว่าก็เก็บง่ายกว่า และจัดเรียงเล่าเรื่องง่ายกว่าด้วย

สิ่งที่ทำให้การทำ Scrapbook โดยเฉพาะ pocket scrapbook แตกต่างจากการเป็นอัลบั้มรูปก็คือการเขียนจดบันทึกลงไป บางครั้งมีรูปแค่อย่างเดียวไม่ได้ช่วยสื่อสารความรู้สึกได้ทั้งหมด แต่การเขียนบันทึกความรู้สึกจะช่วยให้เราจดจำเรื่องราวทั้งหมดได้ดีกว่า เตยจึงพยายามที่จะเขียนบันทึกลงในอัลบั้มให้มากขึ้นเสมอ

Life in Pocket : January 2015

การเขียนลงบนภาพโดยใช้ปากกา sharpie เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด เตยมักใช้เขียนอธิบายเรื่องเล็กๆ เช่น ไปทำอะไรมา ของสิ่งนี้คืออะไร

Life in Pocket : January 2015

ส่วนไหนที่อยากอธิบายเยอะๆ เตยจะใช้ journal card มาเขียนแทน อย่างการ์ด life in beautiful

Life in Pocket : January 2015

Life in Pocket : January 2015

Life in Pocket : January 2015

เตยทำรูปเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วเว้นที่ข้างล่างเอาไว้เขียนบันทึกด้วย เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการจดบันทึก

Life in Pocket : January 2015

เตยเลือกใช้ Jorunal card ของ Becky Higgins มาใช้ในเดือนนี้โดยเลือกสีที่เข้ามาที่สุดมาใช้

Life in Pocket : January 2015

Life in Pocket : January 2015

เดือนนี้เตยไปสัมมนาแล้วได้ที่รัดข้อมือมาใส่ เตยตัดส่วนนึงติดไว้ในอัลบั้มเป็นที่ระลึกด้วย

Life in Pocket : January 2015

มีแค่หน้าสุดท้ายที่ใช้การ์ด Book review ที่ออกแบบเองเพื่อจดสรุปหนังสือที่อ่านจบแล้ว

Life in Pocket : January 2015

ช่วงหลังมานี้สไตล์ของ life in pocket ของเตยแตกต่างจากช่วงแรกมาก มีข้อความมากขึ้น เรียบง่ายมากขึ้น เพราะเริ่มจับหลักได้แล้วว่าหลักสำคัญของการทำ scrapbook คือการบันทึกความทรงจำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความสวยงามอะไร  เดือนหน้าก็ตั้งใจทำให้เรียบง่ายและเป็นระบบมากกว่านี้

Project 37 ของ #100DIYprojects : ย้อมผ้า

Project 37 ของ #100DIYprojects : ย้อมผ้า

คราวนี้เป็นงาน DIY ที่ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเอาซะเลย แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลย งานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากงานย้อมผ้าของน้องผึ้งจาก มะม่วง DIY ก็เลยส่งข้อความไปถามรายละเอียดนู้นนี่นั่น ตอนแรกน้องผึ้งจะช่วยสอนให้แต่ด้วยความใจร้อนเลยไปซื้อมาทำเอง ผลออกมาก็เลยเฟล ฮาาา น้องผึ้งมีเปิดสอนที่ The cave ด้วย ใครสนใจลองติดตามกันได้นะคะ

ตอนแรกตั้งใจว่าทำเสร็จแล้วจะเอามาเย็บเป็นปกสมุดต่อ แต่ว่างานออกมาสีตกกระจายเลยไม่อยากเอางานที่ไม่มีคุณภาพมาทำต่อต้องตัดใจไป

ขั้นตอนที่ชอบที่สุดก็คือการมัดแบบต่างๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความคิดเป็นหลักการเล็กน้อยให้ผ้าออกมาเป็นแบบที่เราต้องการ ลายที่ชอบที่สุดก็คือลายที่ใส่ลูกปัดด้านในแล้วมัด ลายที่ได้ออกมามีรูปร่างคล้ายๆ ดอกไม้ ทำง่ายสุดด้วย :)

Project 37 ของ #100DIYprojects : ย้อมผ้า

100 DIY Projects เป็นโปรเจคระยะยาวที่เตยจะทำงานฝีมือเป็นจำนวน 100 อย่างจะเป็นชิ้นเล็กหรือว่าชิ้นใหญ่ก็ได้ภายใน 1 ปีเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2014 โดยจะบันทึกโดยใช้  #100DIYprojects  ใน Instagram และในบลอค

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุด Traveler’s notebook ใหม่ออกมาแล้ว เป็น Collection ที่ทำสนุกมากๆ อีกโปรเจคนึง ผลงานก็ออกมาถูกใจเตยเป็นพิเศษ  งานเย็บก็เริ่มดีขึ้น รู้เทคนิคในการเย็บมากขึ้นไม่มีการเย็บไม่เรียบร้อยอีกแล้ว

Stamp บนผ้าด้วยฟองน้ำ

ตากผ้าให้แห้งหลังจากระบายสีปกสมุดเสร็จ

ใน Collection นี้เป็นงานที่เน้นทำลายผ้าเองโดยมีอุปกรณ์ที่จำกัดอยู่ไม่กี่ผ้า เนื่องจากขนผ้าและสีไปทำงานที่อื่น ทำให้ต้องจำกัดอุปกรณ์ไปในตัว (ถ้าขนไปหมดเดี๋ยวหลังหัก)  คือ สีเพ้นท์ผ้า พู่กัน และแสตมป์ด้วยตัวปั้มจากฟองน้ำล้างจานมาตัด คราวนี้เตยทำทั้งหมด 6 เล่มจากตอนแรกตั้งใจจะทำ 10 เล่ม แต่เวลาหมดพอดี

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 1 สมุดลายเส้นแปรงพู่กัน

โดยทำ 2 รูปแบบไว้ในหน้าเดียวให้ดูสนุกคือเป็นการลงสีด้วยพู่กันแบบแห้งลงบนผ้าแห้ง และแบบผ้าเปียก ตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเวิร์คไหม ปกติเคยใช้สองเทคนิคนี้กับสีน้ำบนกระดาษเท่านั้น พอทดลองทำดูในผ้าอีกผืนแล้วใช้ได้จึงเอามาใช้เป็นลายปกสมุด

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 2 สมุดลายแปรงพู่กันแบบน้ำฝน

วันที่ทำงานดูท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ลองทำเป็นลายฝนตกดีกว่า ใช้เทคนิคจากสมุดเล่มแรกมาทำอีกที

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 3 สมุด block lines

เล่มนี้เตยใช้ฟองน้ำล้างจานที่ซื้อจากเซเว่นมาแล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วใช้เป็นตัวปั้มอีกที ก่อนหน้านี้เตยเคยใช้ Craft foam ทำเป็นตัวปั้มมาครั้งนึงแล้ว ทำให้ค่อนข้างเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนของตัวปั้มทั้งสองแบบ ตัวโฟมจะมีเนื้อละเอียดกว่าฟองน้ำล้างจานทำให้สีติดมามากกว่า แต่ลายจากฟองน้ำก็ดูเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนดี

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 4 สมุด Pink brick

ใช้เทคนิคเดียวกับเล่มบน แต่อยากใช้สีชมพูสะท้อนแสง แล้วใช้รูปแบบการวางตัวปั้มคนละแบบกัน

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 5 colorful space

เล่มนี้เตยเอาผ้าไปชุบน้ำแล้วค่อยมาลงสี ทำให้สีดูกระจายตัวให้ดูนุ่ม และมีสีสันไปพร้อมๆ กัน

Traveler notebook ใหม่ใน Catisfy

สมุดเล่มที่ 6 สมุด Ombre pink

เล่มนี้เตยก็ใช้การชุบน้ำแล้วลงสีเหมือนกัน แต่ตั้งใจให้เป็นการไล่สีเลยลงสีทีละฝั่ง แล้วใช้ยางยืดสีชมพูที่เข้ากันกับสีชมพูที่ลงไปด้วย

 

ครบทั้ง 6 เล่มแล้ว คราวหน้าตั้งใจว่าจะใช้การลงสีทำลายผ้าเองมากขึ้นเพราะสนุกดี มีหลายๆ ลายที่อยากลองวาดลงบนผ้า สำหรับใครที่สนใจสมุดแบบ Traveler notebook ลองเข้าไปดูได้ที่ www.catisfy.com และถ้าอยากรู้จัก Traveler notebook มากขึ้นสามารถอ่านได้ที่หน้านี้เลยค่ะ