การสร้างนิสัยวาดรูปทุกวัน

Draw Everydayเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเตยพยายามสร้างนิสัยในการวาดรูปของตัวเองขึ้นมาใหม่ ด้วยการตั้งใจว่าจะวาดรูปให้ได้ทุกวัน ถึงแม้ว่าเตยจะทำได้แค่ประมาณ 21 วัน บางวันวาดเยอะ บางวันก็วาดน้อยแล้วแต่เวลาที่มี แต่ก็ยังนับว่าเป็นการเริ่มต้นและการเรียนรู้ที่ดีทีเดียว ต้องบอกตามตรงว่าถึงวันนี้เตยก็ยังทำไม่ได้ทุกวัน แต่ว่าเพราะทำไม่ได้นี่แหล่ะเลยรู้ว่าพลาดตรงไหนบ้าง วันนี้เลยอยากมาสรุปให้อ่านกันว่าได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

  1. การสร้างนิสัยต้องเริ่มให้ง่ายที่สุด เล็กที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองว่าวันนี้ฉันทำแล้วนะ บางวันเตยระบายสีพื้นหลังไปก่อนแล้วหยุดไว้ วันต่อมาว่างๆ ค่อยมาทำต่อกลายเป็นว่ารูปนั้น จากตอนแรกเป็นแค่สีพื้นธรรมดาก็กลายเป็นหน้าที่มีรูปอะไรเต็มไปหมดเลย
  2. จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ให้ใกล้ตัวและหยิบง่ายที่สุด ใช้สีที่ตัวเองถนัดอยู่แล้ว เตยว่าคนส่วนใหญ่ขี้เกียจทั้งนั้นไม่มีใครอยากทำอะไรวุ่นวายมาก ช่วงแรกที่วาดรูปเตยเก็บสีไว้ในลิ้นชัก จะวาดทีก็ค่อยมาหยิบ แต่ลิ้นชักก็รกมากๆๆๆ จนพอเห็นแล้วก็ขี้เกียจหยิบไปเลย เตยเลยเอาอุปกรณ์มาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ พออยากวาดก็แค่หยิบมาวาด พู่กันเตยก็ใช้พู่กันแทงค์ใช้ง่าย ไม่ต้องทำความสะอาดมาก แถมกระดาษที่เตยใช้วาดก็เป็นสมุดจดที่เอาไว้จดงานที่เตยพกติดตัวอยู่แล้วทำให้เห็นบ่อย จำได้ว่าต้องวาด
  3. จัดการพลังงานและเวลาให้ดี ข้อนี้สำคัญมากโดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำหรือมีความรับผิดชอบมาก ข้อนี้เป็นข้อที่ทำให้เตยพลาดและไม่สามารถทำให้ครบทั้งเดือนได้ การจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ แบบนี้ที่ต้องใช้เวลามากขึ้นจะเป็นเรื่องยากถ้าไม่ได้จัดการให้ดี หลักๆ เตยมักจะใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานในการวาด โดยเฉลี่ยเตยใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการวาด เท่ากับว่าเตยกลับถึงบ้านสองทุ่มกินข้าว ทำโน้นทำนี่ก็เริ่มวาดได้ประมาณสามทุ่ม ทำเสร็จสี่ทุ่มไปอาบน้ำโทรคุยกับโดม นอนห้าทุ่มเที่ยงคืนตลอดทั้งที่เตยนอนตื่นเช้าและปกติจะนอนสี่ถึงห้าทุ่มทำให้เตยรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติมากๆๆๆ พอเหนื่อยติดๆ กันมันก็ไม่ไหวจนสุดท้ายเตยมักจะวาดได้เป็นวันเว้นวัน แต่เมื่อต้นเดือนอ่านเจอว่ามีศิลปินที่เค้าวาดรูปทุกวันเค้าใช้วิธีจำกัดเวลาของตัวเองในการวาดให้อยู่แค่ 30 นาทีต่อวัน วาดได้แค่ไหนแค่นั้นทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นใช้เวลาคิดหน่อยลง เน้นวาดอย่างเดียว วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่น่าลองสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเหมือนกัน
  4. อย่าสร้างนิสัยหลายอย่างพร้อมกัน มันจะทำให้ทำได้ยากขึ้นเพราะมันมีเรื่องต้องทำมากเกินไป ทำเดือนละอย่างก็ได้ถ้ามีหลายๆ อย่างที่อยากทำ

เตยตั้งใจว่าช่วงไหนที่อยากโฟกัสวาดรูปมากขึ้นแล้วเตยจะลองใหม่อีกรอบนึงอยู่ อย่างเดือนนี้เตยแทบไม่ได้วาดเลยเพราะไปเน้นทำอย่างอื่นมากกว่า เตยก็ไม่ได้เสียดายหรือเสียใจนะ ถ้าวันไหนอารมณ์ดีๆ อยากวาดเราก็ยังมีอุปกรณ์ของเราอยู่ แต่ก็ต้องบอกเลยว่าการวาดรูปทุกวันให้อะไรหลายอย่างมากๆ เตยรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ศักยภาพของตัวเองมากขึ้นจากที่เคยคิดว่าเรา Sketch รูปแย่ พอวาดมาแล้วก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดสักหน่อย ตรงนี้เป็นจุดสำคัญเลยที่ได้จากการวาดภาพ อยากให้ลองวาดกันดู

อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ที่เตยเรียนรู้มาก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การวาดภาพ อาจเป็นการสร้างนิสัยอื่นๆ ก็ได้เช่น ฉันจะอ่านหนังสือทุกวัน ฉันจะเล่น Facebook ให้น้อยลง ฉันจะออกกำลังกายทุกวันแบบนี้ก็ได้นะคะ เราต้องเลือกนิสัยที่ตัวเองอยากจะเป็นเท่านั้นมันถึงจะได้ผล แล้วเริ่มง่ายๆ ที่วันนี้แค่ 5 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

การสร้างนิสัย วาดรูปทุกวัน

Craftspace Weekend : Week 43

ช่วงนี้หวัดระบาดมากที่ออฟฟิต เราก็ติดหวัดไปกับเขาด้วยก็เลยไม่ได้ไปทำอะไรหลายอย่างตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกเลยรวมถึงที่จะไปเรียนปักผ้าที่ Joyrukclub ก็ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนหน้า และที่ตั้งใจจะไปทำกระเป๋าให้เสร็จก็ไม่ได้ไปต้องเลื่อนเป็นอาทิตย์หน้าหมด รู้สึกเสียดายมากๆ

พอต้องหยุดงานที่ตั้งใจก็แอบรู้สึกแย่เล็กน้อยเหมือนทำไม่ได้ตามแผนการที่วางไว้ จนต้องเปิดคอมพิวเตอร์มาปรับแก้หน้าเว็บของ Catisfy นิดหน่อย เพราะเว็บปัจจุบันที่มีอยู่ไม่ได้ตอบโจทย์โปรเจคใหม่ที่จะทำเท่าที่ควร ตอนนี้ปรับแก้ไปได้ 50% แต่ต้องรอโดมมาช่วยอีกนิดหน่อย

บางทีก็อยากให้ตัวเองนั่งอยู่เฉยๆ นิ่งๆ สักหนึ่งวันโดยที่ไม่ต้องคิดว่าฉันต้องทำอะไรคิดอะไรเหมือนกันนะ แต่พอหยุดแล้วก็รู้สึกเหมือนเสียเวลาเปล่าซะอย่างนั้น เหมือนเราเอาเวลาตรงนี้ไปทำอะไรได้อีกเยอะเลย ยังดีที่ยังพอให้ความสำคัญกับสุขภาพอยู่บ้างเลยไม่ค่อยอยู่ดึกๆ มาทำงานเท่าไหร่ แต่ก็กำลังพยายามปรับให้ดีขึ้น พยายามพักมากขึ้น ทำงานให้น้อยลงแต่ทำเฉพาะงานที่สำคัญ ช่วงนี้อ่านหนังสือ Essentialism เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเลือกทำแต่สิ่งที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ เป็นหนังสือที่ช่วยเตยไว้มากจริงๆ

Craftspace Weekend : Week 43

ด้านบนนี้เป็นภาพหน้าจอของโปรเจคของ Catisfy ที่กำลังทำอยู่  ตั้งใจจะเริ่มต้นเดือนหน้า แต่พอป่วยแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ทันไหม เพราะยังมีอะไรต้องเตรียมอีกมากเลย เว็บก็ยังไม่เสร็จ ต้องไปเขาใหญ่อีกสองวันด้วย

Craftspace Weekend : Week 43

ส่วนภาพนี้เป็นภาพหน้าจอที่เสียเวลาเคลียร์อยู่นาน เพราะว่าอยากให้หน้าจอโล่งๆ อยากจะวางระบบการทำงานให้ตัวเองทำงานให้ดีขึ้น ง่ายขึ้น แต่ก็เป็นอะไรที่ยากอยู่เหมือนกันนะ ตอนนี้เริ่มง่ายๆ ด้วยการรวมไฟล์ทุกอย่างใน dropbox ก่อนแล้วค่อยหาวิธี backup ใน cloud อื่นอีกที เดี๋ยวนี้เลิกใช้ external harddisk ไปแล้วหลังจากคราวก่อนเก็บไฟล์ไว้ใน external แล้วอยู่ๆ harddisk เสียไฟล์หายหมด โชคยังดีที่พ่อเก็บสำรองไว้ในในคอมพิวเตอร์อีกเครื่องด้วย ส่วน evernote เอาไว้ใช้เก็บเว็บที่อ่าน แล้วอีเมล์ที่มี subscription อยู่เยอะก็ใช้ unroll.me ช่วยอีกที แต่ยังไงก็คงต้องเคลียร์อีเมล์ด้วยสักวัน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเก็บยังไงที่ไหน ต้องดูอีกทีนึง

ส่วนภาพหน้าจอตอนนี้ใช้ข้อความ “To support and encourage people to do more of what make them feel alive so that they can live an authentic life.” เป็น Why ที่ได้มาจากที่ไปลงเรียน Discovery why กับ Simon Sinek แต่ปัญหาคือยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับมันต่อก็เลยทิ้งไว้ตรงนี้ก่อนค่อยคิดต่ออีกที ฮ่าๆ

สรุปอาทิตย์นี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับงานฝีมือเลย แถมยังมีแต่เรื่องซีเรียสๆ อีกเนอะ แต่ชีวิตเราก็เป็นแบบนี้แหล่ะเนอะ

 

Craftspace Weekend เป็นการเขียนรวบรวมงานฝีมือหรือกิจกรรมที่ทำในแต่ละอาทิตย์และเขียนทุกวันจันทร์ บางครั้งก็เขียนสรุปเรื่องราวสั้นๆ ในแต่ละอาทิตย์ไปด้วยเลย เป็นกึ่งๆ ไดอารี่ที่ช่วยให้เตยได้ทบทวนเรื่องที่ผ่านมาในแต่ละอาทิตย์และทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะทำงานฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถดูโพสย้อนหลังได้ที่แท็ก Craftspace Weekend ค่ะ

Project ที่ 2 ของ #100DIYprojects : ตกแต่งที่คั่นหนังสือแม่เหล็ก

สำหรับ DIY ชิ้นที่สองของโปรเจค 100 DIY projects เตยเลือกตกแต่งที่คั่นหนังสือแม่เหล็กที่เตยได้มาเวลาซื้อสมุด Zequenz เค้าจะแถมแม่เหล็กนี้ให้ในทุกๆ เล่ม โดยแม่เหล็กที่ได้มาจะมีพื้นหลังสีดำหรือขาวแล้วมีข้อความเขียนเกี่ยวกับประโยชน์สมุดยี่ห้อนี้ เตยเห็นว่ามันน่าเบื่อนิดหน่อยเลยจัดการแปลงโฉมมันเสียเลย

Project ที่ 2 ของ #100DIYprojects : ตกแต่งที่คั่นหนังสือแม่เหล็กด้วย Washi tape

วิธีการก็ง่ายมากๆ เตยอ้าที่คั่นหนังสือไว้กับโต๊ะใช้กระดาษกาวย่นสีพื้นธรรมดามาแปะทับที่คั่นหนังสือ จากนั้นใช้ Washi tape ลายสวยๆ ที่ได้มาจากญี่ปุ่นติดทับไปอีกทีนึง โดยเตยจะติดทับไปกับโต๊ะให้เลยออกมาจากที่คั่นเล็กน้อย แล้วค่อยลอกทั้งหมดออกมาจากโต๊ะ ตัดขอบให้เรียบร้อย เท่านี้ก็ได้ที่คั่นหนังสืออันใหม่แล้ว

100DIYprojects-Washi-tape-Magnetic-bookmark-01

เตยแต่งที่คั่นนี้ไปแค่อันเดียวแต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะเอาอันอื่นๆ มาแต่งให้หมด เตยมีอยู่เกือบสิบอันเลยเพราะซื้อสมุดยี่ห้อนี้ไว้เยอะเลย แต่ก็แอบคิดวิธีแต่งอื่นๆ ได้ด้วยนะ สนุกดีเวลาคิดว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง

100 DIY Projects เป็นโปรเจคระยะยาวที่เตยจะทำงานฝีมือเป็นจำนวน 100 อย่างจะเป็นชิ้นเล็กหรือว่าชิ้นใหญ่ก็ได้ภายใน 1 ปีเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2014 โดยจะบันทึกโดยใช้  #100DIYprojects  ใน Instagram และในบลอค