Birthday Gift for Dome (Word art book)

อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดโดมพอดีแต่ไม่รู้จะให้อะไรก็เลยทำของขวัญให้โดม จริงๆ ก็ไม่เชิงเป็นของขวัญอะไรเนอะ เป็นแค่การ์ดเล็กๆ น้อยๆ เป็นตัวอักษรชื่อโดม ตอนนี้เอาให้โดมไปแล้วก็เลยเอามาโชว์ได้

Birthday gift for Dome (Word book)

เราใช้กระดาษที่ตัดเป็นตัวอักษร 4 ตัวมาเย็บซ้อนกัน แต่ละหน้าเปิดไปก็จะมีคำอวยพรให้โดมและรูปของโดมในปีที่ผ่านมา

Scrapbook_AlphabetBook-04

หน้าแรกที่เป็นตัวอักษร D เราใส่เป็นวันเกิดและอายุของโดมมาติด โดยช่องที่เจาะตรงกลางเราก็ติดหัวใจในกระดาษชิ้นถัดไปให้มัน pop ขึ้นมาแสดงในหน้าแรก

Scrapbook_AlphabetBook-02

สำหรับรูปตัว O เราใส่เป็นคำว่า Happy Birthday Dome โดยใช้สติกเกอร์ตัวอักษรแปะ เพราะอยากให้มันสอดคล้องกับเลข 26 บนตัว D ส่วนหน้าด้านในใต้ตัว D เราก็เขียนคำอวยพรในโดมตรงนั้นเลย

Scrapbook_AlphabetBook-03 Scrapbook_AlphabetBook-08

แผ่นถัดมา เป็นตัวอักษร M แผ่นนี้จากแตกต่างกับแผ่นอื่นนิดหน่อยตรงที่ใช้กระดาษบาง 2 แผ่นมาประกบกันไม่ได้ใช้กระดาษแข็งซ้อนข้างใน และแต่งด้วยลูกไม้และ pom pom ที่ริมตัวหนังสือ หน้านี้ไม่มีอะไรมากนอกจากแปะรูปโดมและเตย ให้รู้ว่าใครเป็นคนทำให้ เผื่อลืม ฮ่าๆ

Scrapbook_AlphabetBook-09Scrapbook_AlphabetBook-06

ตัวอักษร E ตัวสุดท้าย ดูเหมือนเป็นหน้าที่โดมดูนานมากๆ เพราะติดรูปโดมเต็มเลยส่วนใหญ่เป็นรูปปีที่แล้ว โดมดูไปก็บอกว่า ดูสิๆ มีรูปสมัยโดมยังผอมๆ ด้วย 55555 ความสุขของการทำก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ ได้เห็นคนดูงานเราแล้วก็แฮปปี้ ชี้รูปนั้นรูปนี้แล้วก็บอกว่า รูปนี้มันตอนที่เราไปที่นั่นที่นี่หนิ จำตอนนั้นได้ไหม บลาๆๆ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย :)

Birthday gift for Dome (Word Book)

Scrapbook_AlphabetBook-07

Scrapbook_AlphabetBook-10

 

Project Life เดือนมีนาคม

ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นเดือนที่เริ่มจะไม่ว่างสำหรับทำ Project Life แล้วเพราะงานและกิจกรรมเยอะมากก็เลยเอาบางอาทิตย์มารวมกันซะเลย

Project Life อาทิตย์ที่ 10

อาทิตย์ที่ 10 นี้เรามี Reunion ครั้งที่ 4 กับเพื่อนๆ YWC มีงานแข่งกีฬาและงานเลี้ยงหลังจากแข่งกีฬาด้วยก็เลยเอารูปงานที่ได้มาจากพี่ๆ น้องๆ ที่ถ่ายกันในงานมาใส่ด้านขวาของอาทิตย์นี้แล้วก็เขียนเรื่องราวคร่าวๆ ไว้ในสติกเกอร์ที่เคยปริ๊นไว้

Project Life เดือนมีนาคม

ส่วนหน้าด้านซ้ายเราก็ใส่รูปอื่นๆ ในอาทิตย์นั้นมีรูปอาหารที่กิน แมวที่เจอ รูปที่ถ่ายที่ออฟฟิต แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ประทับใจอยู่ด้วย ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก

Project Life เดือนมีนาคม

ใน title ของอาทิตย์ที่ 10 นี้เราใช้กระดาษที่มีอยู่มาเขียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ในกระดาษนี้ซึ่งมีช่องแบ่งให้อยู่แล้วด้วยก็เลยยิ่งง่ายและสะดวกขึ้น

P1010129

Project Life อาทิตย์ที่ 11

ในอาทิตย์ที่ 11 นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของการทำงานที่บริษัทนี้แล้วก็เลยภาพบรรยากาศในออฟฟิตมาใส่ไว้ และรูปจากงานเลี้ยงส่ง รวมถึงของที่ระลึกที่พี่ๆ เอามาให้การ์ดที่พี่เปิ้ลเขียนให้ด้วย น่ารักมากๆ เลย แถมยังมีของฝากมาจากญี่ปุ่นและเกาหลีจากพี่นกก็เลยเอามารวมไว้ในหน้าเดียวกันด้วยเลย คราวนี้ใช้เทคนิคง่ายๆ เดิมๆ คือใช้ปากกาเขียนลงรูปเลย

Project Life เดือนมีนาคม

Project Life อาทิตย์ที่ 12

อาทิตย์ที่ 12 นี้เป็นอาทิตย์ที่เริ่มว่างอยู่บ้านแล้ว ก็เลยนั่งทำอัลบั้ม Project Life อาทิตย์ก่อนๆ แต่อาทิตย์นี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนก็เลยไม่ค่อยมีรูป ก็เลยใช้ Journal Card ที่ทำไว้มาเขียนสั้นๆ ว่าแต่ละวันเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีเหตุการณ์อะไรบ้าง ใช้วิธีนี้แล้วรู้สึกสะดวกมากเลย

Project Life เดือนมีนาคม

Day of Week Journal card สำหรับ Project Life ชุดนี้แหล่ะที่ทำเอง ใช้เอง ชอบเอง 5555 ทำหลายรอบมากกว่าจะได้สีที่ถูกใช้ แบบที่ใช้ง่าย

ProjectLife_March_Week12-02

 

Project Life อาทิตย์ที่ 13-14

ตั้งแต่อาทิตย์ที่ 13 นี้เราปรับอาทิตย์เล็กน้อย คือจากเดิมเริ่มต้นอาทิตย์ที่วันจันทร์เราก็เปลี่ยนให้มาเริ่มที่วันเสาร์ เพราะเรามักทำ Project Life วันเสาร์หรือวันอาทิตย์พอจบอาทิตย์ก็จะได้ทำ Project Life ได้เลยก็เลยมีวันที่หายไปนิดหน่อย แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ พอดีก็เลยแยกเป็นอีกหน้านึงแทนไปเลย

มาต่อกันที่อาทิตย์ที่ 13-14 เราก็เอามารวมกันอีกแล้วนะค๊าา 5555 เอาเวลาไปทำนู้นทำนี่เยอะมากๆ และไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลยก็เลยกลายเป็นไม่มีรูปมาใส่เท่าไหร่ แต่ก็พยายามหาโน่นนี่มาใส่เพิ่มให้สวยๆ

ProjectLife_March_Week1315-01

หน้าคั่นของอาทิตย์นี้เราใช้กระดาษที่มีอยู่แล้วแต่แผ่นเล็กมาแปะกระดาษข้างหลังแล้วใส่ตัวอักษรไม้ที่เราทาสีทับไป กับดอกไม้ที่เราได้มาจากเชียงใหม่เมื่อน๊านนานมาแล้ว

ProjectLife_March_Week1315-02

อาทิตย์นี้ซื้อสมุด Planner มาเล่มนึง ได้โปสการ์ดมา พร้อมกับนามบัตรของร้านก็เลยใส่มาไว้ด้วยกันเลย ส่วนข้างๆ เป็นเราก็เอาสติกเกอร์ของ Pizza ที่สั่งมากินที่บ้านเพราะมันซื้อ 1 แถม 1 มาแปะ แล้วเอาหัวของ Journal Card วันอาทิตย์มาใส่ให้รู้ว่าอันนี้สั่งวันไหนด้วย

ProjectLife_March_Week1315-03

หมดแล้วสำหรับ Project Life เดือนมีนาคม ไม่รู้ว่าในเมืองไทยมีใครทำ Project Life บ้าง ถ้ามีอยากเห็นมากเลย ใครทำก็อย่าลืมเอามาโชว์บ้างนะคะ

Project Life เดือนกุมภาพันธ์

คราวก่อนเอา Project Life ของเดือนมกราคมมาให้ดูแล้ว คราวนี้จะเอา Project Life ของเดือนกุมภาพันธ์มาให้ดูบ้าง จริงๆ ก็ไม่เชิงเดือนกุมภาพันธ์สักทีเดียวเพราะเรานับเป็นอาทิตย์บางหน้าก็เลยมีเดือนมกราคมติดๆ มาบ้าง

Project Life อาทิตย์ที่ 5

เริ่มที่อาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ พอดีเห็นคนใช้รูปที่มีขอบสีขาวแล้วก็มีตัวหนังสือเราก็เลยลองทำบ้าง อยากลองหลายๆ แบบดูว่าชอบแบบไหนที่สุด อาทิตย์นี้ส่วนใหญ่มีแต่รูปแมว (อาทิตย์อื่นด้วยนั่นแหล่ะ 555) ส่วน Weekly title อาทิตย์นี้ใช้กระดาษสีน้ำตามกับสติกเกอร์ไหม้เป็นรูปตัวหนังสือที่ซื้อมาจากจตุจักร แล้วอาทิตย์นี้ก็มี Goals Review ด้วยใช้เป็น template เดียวกับเดือนอื่นๆ

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ส่วนหน้าฝั่งขวา เตยเอาปฏิทินของเดือนกุมภาพันธ์มาติด แล้วก็เอารูปผักโขมอบชีสแล้วก็สลัดแซลมอนที่กิน แล้วก็เอาที่รองแก้วที่เอามาจาก Coco มาใส่ มีรูปงานที่ทำให้ลูกค้าด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

อาทิตย์นี้มีแอพที่เรามีส่วนร่วมทำขึ้นบน App Store ทั้งของ Android และ iOs ก็เลย print screen และเอามาใส่ใน Project Life ด้วยแล้วเขียน Journal ใน card ของ Sn@p ด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ช่วงนั้นกำลังจะตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องงานอยู่แล้วพอดีไปเจอ Quote นี้พอดีก็เลยเอามาใส่ไว้ใน Project Life

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ดูเรื่อง Hansel & Gretel Witch Hunters กับ @dominixz แล้วเลยเอาตั๋วหนังมาใส่ด้วยเลย ส่วนกระดาษข้างหลังสีม่วงเป็น Journal Card ที่เราออกแบบมาเองซึ่งเราเอามาปรับใหม่อีกครั้งแล้วก็เอามาลองลงใน Etsy ด้วย

 

Project Life อาทิตย์ที่ 6

อาทิตย์นี้ต่างจากอาทิตย์อื่นๆ นิดหน่อยตรงที่มีหน้าแทรกเข้ามาเป็นขนาด A4 สำหรับใส่ Resume ของเตยค่ะ หน้าด้านซ้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ส่วนอีกหน้านึงนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับคาเฟ่แมวที่ไปมาทั้งหน้าเลยเพราะมีรูปเยอะมากๆ 55

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

Journal Card ในหน้าซ้ายนี้เป็นแบบ Hybrid นิดหน่อยคือทำจากในคอมพิวเตอร์แล้วค่อยเอาไปอัดรูป โดยใช้ template เดียวกันคือ Currently Set แต่ละอันจะบอกว่าในช่วงนี้เราทำอะไรไปบ้าง มีทั้งหมด 10 แบบ

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ส่วนหน้าขวามก็อย่างที่บอกว่ามีแต่แมวที่ร้าน Cataholic Cafe แถวถนนเพชรบุรีตรงสวน Ozono ที่เค้าพาหมาแมวมาเดินเล่นกัน ชอบนะร่มรื่นแล้วก็แมวเยอะมากๆ อ่อ มีหมาโผล่มาตัวนึงเพราะมันน่ารักดีอยู่ในร้านตัดขนหมา ฮิฮิ

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

 

Project Life อาทิตย์ที่ 7

อาทิตย์นี้ตรงกับวันวาเลนไทน์ และวันครบรอบ 1 ปีที่คบกับโดมพอดี ก็เลยทำหน้านึงเป็นเรื่องนี้ไปเลย แล้วอีกหน้านึงก็ค่อยทำเหมือนอาทิตย์อื่นๆ แต่จะว่าไปก็ไม่เหมือนหรอก เตยเอารูปที่ถ่ายเท้ามาใส่ไว้ด้วยกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้จำได้ว่าวันไหนเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนข้อความเพิ่มทีหลังอยู่ดี

กลับมาที่ด้านซ้าย วันที่ครบรอบก็มีถ่ายรูปกันไว้เปรียบเทียบความอ้วนของแต่ละปี ไม่ใช่แร่ะ 555555 โดมถ่ายไว้แล้วเอาขึ้น instagram เราก็เลยไป screenshot มาไว้จะได้เห็นคอมเม้นต์จากเพื่อนๆ ด้วย พอวันวาเลนไทน์เราก็ทำอีกเหมือนกัน ปีที่แล้ววันวาเลนไทน์เรากินซูชิ ปีนี้กินที่ร้านวาซาบิไม่มีอะไรมากโดมก็ฟังเราบ่นเหมือนเดิม! ไม่สิมากกว่าเดิมอีกเพราะเตยดันเจอเรื่องแย่ๆ คนแย่ๆ ในวันนั้นพอดีเลย แต่โดมก็น่ารักมากพอรู้ว่าเราร้องไห้ก็รีบมาหาแถมซื้อดอกกุหลาบมาให้ด้วย เราก็เอารูปดอกไม้ใส่เข้าไปด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

แต่ก็มีทำการ์ดเพิ่มไว้ด้วย ให้รู้ว่าครบ 1 ปีแล้วนะ

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

อ่อ ในหน้าซ้ายมีสิ่งประหลาดนิดหน่อย 555 ช่วงนั้นมีสมัคร Reunion ของ YWC เตยกับโดมจับได้อยู่สีเดียวกันพอดีเราก็เลยเอามาใส่ใน Project Life ด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

เตยเคยใช้เครื่อง Print ที่บ้านปริ๊นข้อความ Quote ต่างๆ ไว้เยอะมากๆ แล้วพอโดมมาเห็นอันนั้นก็บอกว่า อันนี้มันถูกต้อง ใช่เลยก็เลยเอามาใส่ด้วย ใช้ Journal Card อีกอันที่ออกแบบเองมาใส่ข้างๆ ด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

 

ทริปขนอม นครศรีธรรมราช 3 วัน 2 คืน

หลังจากวันวาเลนไทน์เราก็มีทริปไปนครศรีธรรมราชพอดี  โดมซื้อตั๋วเครื่องบินเอาไว้ แล้วเตยเป็นคนหาที่พัก โทรจองที่พักด้วย ขนอมเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างอยู่ไกลจากตัวเมือง นั่งรถไปนานอยู่เหมือนกัน แถมยังนั่งเลยอีก! จนคนขับรถตู้ต้องหามอเตอร์ไซต์ให้พาไปส่งที่รีสอร์ท ไปทริปนี้แล้วอยากขับรถเป็นขึ้นมาเลย ด้วยความที่ทริปนี้งบจำกัดกันทั้งคู่ก็เลยเป็นทริปแนวนั่งเล่น เดินเล่นริมหาด ดูทะเล แล้วก็กิน 5555 อาหารที่รีสอร์ทอร่อยและได้เยอะมากๆ ตอนแรกเห็นราคาแล้วกลุ้ม พอได้อาหารเท่านั้นแหล่ะ กลุ้มกว่าเดิมเพราะเยอะจัด 5555 เพราะกิจกรรมไม่ได้มีอะไรมากเราก็เลยใส่แต่รูปเข้าไป มีวันที่ มีสติกเกอร์แปะบ้างนิดหน่อย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ด้านซ้ายใช้ซองสำหรับใส่รูป 4*3 เหมือนเดิม เป็นรู้ทูน่าสลัด รูปคู่เตยกับแมว แล้วก็เตยกับโดม รูปโดมเล่นน้ำที่สระพอลงสระปุ๊บ ฝนก็ตกปั๊บ แต่เราไม่ได้เล่นเพราะเล่นไม่ได้ก็เลยโขคดีไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ 5555

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ตอนที่ไปเราก็เตรียม Journal Card ไปเผื่อด้วย เพราะรู้ว่าตัวเองเล่นน้ำไม่ได้ น่าจะไม่มีกิจกรรมอะไรทำมาก พอโดมว่างก็ให้โดมเลือก Journal Card แล้วเอาไปเขียน ผลที่ได้ก็เป็นแบบในรูป ^_^

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ส่วนหน้าด้านขวาเราชอบเป็นพิเศษ เป็นรูปที่เรา Crop มาแล้วเอามาตัดเป็นขนาด 6*6 นิ้ว เป็นรูปของทะเลที่ขนอม ฟ้าสวยมากๆ ลมเย็นมากๆๆๆๆๆๆ แรงด้วย คนน้อยและสงบมากกกกก เหมาะกับเราที่มีเรื่องเครียดๆ ช่วงนั้นพอดีเลย แต่ก็เสียดายอยู่อย่างตรงที่…คลื่นสูงและแรงเกินไปจนน่ากลัวเป็นบางเวลา ถึงยังไงก็ชอบนะ ขนอม

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

Project Life อาทิตย์ที่ 8-9

อาทิตย์ที่ 8 มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะและส่วนตัวมากก็เลยต้องขอข้ามไป ส่วนอาทิตย์ที่ 9 เราใช้กระดาษห่อของขวัญรูปแมวมาเป็น Weekly title น่ารักเนอะๆๆ แล้วก็มี Goals Review สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

โชว์กระดาษห่อของขวัญ รูปแมว น่ารักๆๆๆ แต่กระดาษบางนิดหน่อยก็เลยใช้ washi tape ติดด้านบนด้วย ส่วนวันที่เราใช้ตัวปั๊มที่เพิ่มซื้อมาปั๊มไป

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

แต่แถวล่างสุดจะค่อนข้างเป็นไฮไลท์นิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องกินๆ อย่างปกติ 555 แต่เราไปเข้า workshop เกี่ยวกับ UX มาที่ Hubba เพิ่งไปมาเป็นครั้งแรกด้วย ไปแล้วอยากได้บ้านแบบนี้ ร่มรื่นดี (อ้าว ไม่เกี่ยวหรอ 555) เรียนก็สนุกดี ได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้ลองทำ ตลอดเวลาก็ใช้แต่การเดา user อย่างเดียว คราวนี้มาให้รู้ขั้นตอนการ research มาขึ้นอีก

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

คราวนี้ก็เอาสติกเกอร์ไม้คำว่า UX มาใส่เนียนๆ ด้วย

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

สิ่งที่ภูมิใจและเป็นปลื้มมากในอาทิตย์นี้อีกอย่างคือ Shopping ของมาทำ Project Life เพิ่มขึ้นด้วย เยอะมากเลย แฮ่ มีความสุข

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

ทริปโคราช เขาใหญ่ ไป-กลับ

ทริปนี้เป็นทริปที่อยู่ๆ ก็ได้ไป ความตั้งใจแรกคือจะไปสำรวจที่ว่าโคราชเป็นยังไงบ้าง แต่เท่าที่นึกดู ตอนนี้นึกออกแต่เรื่องเที่ยวๆ ของวันนั้น 55555 เราไปกัน 4 คนเตยกับโดมแล้วก็เพื่อนโดม 2 คน มาคิดก็..จริงๆ เวลาบอกว่าอยากไปเที่ยว บางทีก็ก็ต้องการแค่นี้แหล่ะเนอะ ไม่ต้องไปไกลมากก็ได้ ได้ไปกับเพื่อนๆ กับโดม ไปดูที่ที่สงบๆ ปลอดโปร่ง อาหารอร่อยๆ อากาศดีๆ จะว่าไปสองทริปของเดือนนี้คุณชายโดมคงชอบเพราะเป็นทริปชิลๆ 5555

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

คราวนี้ก็ละเลงด้วยรูปอีกแล้ว ก็มันสวยอะ แล้วก็มี Journal Card ใบนึงตรงกลางเขียนเล่าว่าชอบอะไร รู้สึกยังไง ส่วนรูปบนสุดของหน้าเป็นรูป 4*6 ที่ต่อกันให้ดูเป็น panorama

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนหน้าซ้ายก็ใช้เทคนิคเหมือนทริปขนอมคือเป็นรุป 6*6 นิ้วต่อกันเป็นรูปเดียว

Project Life ของ Tueymeaw เดือนกุมภาพันธ์

หมดแล้วสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้ทำของเดือนมีนาคมเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป ไว้ถ่ายรูปแล้วจะเอามาลงเพิ่มเติม ของเดือนมีนาคมมี Event พิเศษด้วย จำนวนหน้าก็จะเยอะกว่าปกติมากๆ

 

ประสบการณ์ไม่ใช้ Social Media 1 อาทิตย์

ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ มักจะเริ่มทำแล้วก็หยุดไป สมาธิในการทำงานก็น้อยลงมากๆ จนเหมือนเป็นคนสมาธิสั้นไปแล้ว ทำงานได้แปบเดียวก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น บางทีนั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำก็กดมือถือเข้า instagram, facebook โดยที่ตัวเองยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่าทำอะไรอยู่ ก็เลยพยายามเลิกเล่น ลองปิด notification ของ social media ทุกตัว ผลคือ ใช้ twitter น้อยลง ใช้ facebook น้อยลง แต่มันก็ยังเหมือนคอยห่วงอยู่

จำได้ลางๆ ว่าเคยอ่านบทความนึงของ lifehacker ที่มีคนไม่ใช้ social media เป็นเวลา 1 เดือนมาเล่าว่า 1 เดือนของเขานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ก็เลยคิดว่าจะลองไม่ใช้ social media อย่างน้อย 1 อาทิตย์ดูบ้าง โดย social media ที่เรามักจะใช้มี instagram, facebook, twitter, linkedin, pinterest, springpad และมีกฎคือ

  • ไม่เข้าไปดูทั้งในเว็บ และในแอพลิเคชั่นบนมือถือหรือ ipad เลย
  • ไม่เปิดอีเมล์ notification (ซึ่ง filter อีเมล์ไปอยู่ใน label ของมันอยู่แล้ว)
  • ไม่ share บน social media
  • อนุญาตให้เข้าไปปิด notification ต่างๆ ที่มารบกวนได้

กำหนดการของเราเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 ถึงวันศุกร์ที่ 12 เมษายนค่ะ พอถึงคืนวันศุกร์เราก็เลยเริ่มลบไอคอนของแอพ social media ต่างๆ ออกจากหน้า home ของมือถือ ipad และ chrome ที่บ้านและเริ่มบอกคนใน twitter และ instagram ว่าเราจะหายไปชั่วคราวเพื่อจะได้บอก (ตัวเองเนี่ยแหล่ะ 555) ว่าฉันจริงจังนะ โดยในแต่ละวันเราจะจดโน๊ตเอาไว้

ไม่มี Social Media แล้วชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

  • เนื่องจากว่าเริ่มเล่น social media น้อยลงมาสักพักแล้วก็เลยไม่ค่อยมีอาการลงแดงมาก แต่จะมีอาการ “ลืม” ว่าอยู่ในช่วง social media blackout ไปบ้าง มีเปิดหน้า home เพื่อจะกดไอคอน facebook บ้างแต่เพราะเอาออกไปตั้งแต่แรกพอหาไอคอนไม่เจอก็จะเริ่มรู้ตัวแล้ว
  • สิ่งที่ยากที่สุด ไม่ใช่การเข้าไปอ่านแต่กลับกลายเป็นการ share เราชอบ share link ที่น่าสนใจลง social media ซึ่งสำหรับเราถือว่าเป็น bookmark เว็บมากกว่า social media ด้วย เช่น pinterest เราเล่นเพราะใช้เก็บเว็บที่ชอบ เว็บที่มีงาน DIY ที่สวยๆ พออ่าน feed แล้วก็มักจะลืมตัวจะกด share ตลอด
  • ที่สำคัญจะเข้าไปค้นข้อมูล link ที่เราเคย bookmark ไว้ก็ทำไม่ได้เพราะเก็บไว้บน social media อีกและก็ทำให้คิดต่ออีกว่า ถ้าเกิดว่าวันนึงเว็บที่เราใช้อยู่มันเกิดปิดตัวขึ้นมา เราก็แย่สินะ (ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ google reader ที่เราใช้ starred items เป็น bookmark อันนึง)
  • ปกติเราใช้ ifttt เก็บข้อมูลว่าเราไป checkin ที่ไหนมาบ้าง (foursquare) เราเจออะไร คิดอะไรบ้างวันนี้ (facebook, twitter, instagram) มาใส่ใน Google calendar หรือให้บันทึกเข้า dropbox หมด ทีนี้จำไม่ได้ว่าวันไหนทำอะไรก็ดูจาก Google calendar เอา แต่พอไม่ได้ใช้ social media นี่ปัญหาเกิดทันทีเพราะจำอะไรไม่ได้เลย ต้องแก้ปัญหาด้วยการดูรูปในมือถือระลึกความทรงจำไปก่อน ส่วนวันอื่นต่อๆ มาก็กลับมาใช้เครื่องมือพื้นฐาน…ปากกากับสมุด! (ดีนะที่ได้สมุดเล่มใหม่มาพอดี ฮิฮิ) แต่พอได้กลับมาใช้ปากกากับสมุดก็รู้สึกว่าใช้มือเราเขียน จดรายละเอียดในแต่ละวันนี่มันดีนะ เหมือนเราเขียนไดอารี่นิดๆ ทำให้นึกถึงตอนเมื่อก่อนที่เขียนไดอารี่ได้เป็นเล่มๆ แต่เดี๋ยวนี้เรากลับเขียนหนังสือไม่ถนัด วาดรูปไม่ได้แล้วซะงั้น ก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามเขียนให้มากขึ้น
  • เวลาคุยกับเพื่อนใน LINE หรือแม้แต่การพูดคุยกันต่อหน้า เพื่อนๆ มักอ้างไปถึง social media ว่าเราเห็นโพสนั้นรึยัง เห็นรูปนี้ไหม เราก็ได้แต่ยิ้ม…ตรูไม่รู้ ตรูไม่เห็น 555 แต่ในมุมนึงก็แอบรู้สึกสบายใจเพราะเราไม่ต้องรับรู้เรื่องที่เราไม่ได้อยากรู้จริงๆ ไม่ต้องเหนื่อยกับการตามข่าว และออกจะสบายๆ เพราะอยู่ๆ ก็มีเพื่อนมาเล่าให้เราฟังเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ต้องเสียเวลาเราไปตามข่าว (อันนี้ออกแนวขี้เกียจนะเนี่ย)
  • เวลาเราไม่สบายใจอะไร บางทีเราแค่อยากบ่นลอยๆ บน social media ก็ทำไม่ได้เพราะเราไม่ได้ใช้แล้วก็เลยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ถ้าคิดในอีกมุมนึงเราก็ไม่ต้องปล่อยความรู้สึกแย่ๆ ให้คนอื่นเค้ารับรู้ก็ได้หนิ
  • ติดต่อเพื่อนๆ ยากมากกกกกก บางคนรู้จักกันนะ ไปกินข้าวด้วยกัน ไปเจอกันบ้าง แต่ไม่เคยมีเบอร์โทร อีเมล์ หรือ LINE อะไรเลย คราวนี้จะติดต่ออะไรก็…งานเข้า เราจะไปคุยยังไงล่ะนี่ ต้องไล่ถามเพื่อนๆ เอา แถมที่แย่กว่าคือบางคนจำได้แต่ชื่อใน twitter อีก
  • ได้ใช้เวลาเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่กับครอบครัวกับแฟน และมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
  • ไม่มีการรบกวนจาก social media ทำให้ทำงานได้มากขึ้น (เยอะมาก) ทำอะไรก็เสร็จหมด ยิ่งวันที่ไม่มีละครเกาหลีนี่งานก็ยิ่งเสร็จแล้ว ฮ่าๆ
  • รู้สึกประหยัดค่าอินเตอร์เน็ตขึ้น อยากจะเปลี่ยน promotion อินเตอร์เน็ตเลยไม่ต้องใช้ unlimited แล้วถ้าไม่ได้เล่น social media แบบนี้
  • อ่านหนังสือมากขึ้น ปกติชอบตื่นมาเช็ค instagram ตอนเช้า แต่ก็เปลี่ยนมาอ่าน feed อ่านหนังสือแทน ก็เลยอ่าน Rework จบภายในช่วงเช้าของ 2 วันแรกที่ไม่ใช้ social media เลย
  • มีข้อสังเกตว่า แทบทุกเว็บและทุกแอพจะมีปุ่ม Share ไปยัง Social Media เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปซะแล้ว

สิ่งที่เรียนรู้จากการไม่ใช้ social media 1 สัปดาห์

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากคือ เราเอาตัวเราไปผูกติดกับ social media มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นเครื่องมือ หรือแง่ของสังคมที่เราใช้สื่อสารกับเพื่อนๆ ตลอดเวลาจนลืมสื่อสารกับตัวเองเรารู้จักคนอื่นมากขึ้นแต่เรารู้จักตัวเองน้อยลง 

ทุกวันนี้เรารับข่าวสารข้อมูลทุกอย่างตลอดเวลา เราบริโภคสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อตัวเราเองเหมือนเราบริโภคอาหารขยะอยู่เสมอทำให้เราสุขภาพแย่ลง อ้วนขึ้น แต่การไดเอทก็ไม่ได้หมายถึงการที่เราจะอดอาหารไม่กินอะไรเลย แต่เป็นการหาจุดสมดุลของชีวิต เราต้องรู้จักเลือกที่จะบริโภคสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเราในปริมาณที่พอดีและในเวลาที่ถูกต้องด้วย การใช้ Social Media รวมไปถึงเทคโนโลยีก็เช่นเดียวกัน :)

ทำ Project Life แบบประหยัดๆ

จากที่คราวก่อนได้แนะนำของที่ต้องใช้ทำ Project Life ตามแบบของ Becky แล้ว แต่ถ้าใครลองไปเช็คราคาดูจะรู้ว่าราคาของแต่ละชิ้นค่อนข้างสูง(มาก) ถ้าซื้อทุกชิ้นคงจะจนทั้งปีแน่ค่ะ! ก่อนอื่นเตยจะบอกก่อนว่าเตยซื้ออะไรมาบ้าง

  • แฟ้ม (Album) อันนี้ไม่ได้ใช้ของ Becky แต่ใช้ยี่ห้อ American Craft ซื้อจากร้าน Mindmemory มาค่ะ ซื้อแบบธรรมดาไม่มีลายอะไรด้วย เพราะแบบมีลายแพงกว่าหลายร้อยอยู่ และตอนแรกพยายามหาแฟ้มขนาดที่ใหญ่กว่า 12*12 นิ้วในพวก B2S, Office depot แล้วแต่หาไม่ค่อยได้ เจอเป็นแบบแฟ้ม A3 ที่ใหญ่มากเกินไปและไม่สวยด้วย
  • ซองพลาสติก (Photo pocket pages) เนื่องจากซองของ Becky เป็นซองที่ต่างจากที่เห็นทั่วไปในเมืองไทย สามารถใส่รูปขนาด 3*4 นิ้วได้ เตยอยากลองใช้ก็เลยยอมซื้อซองแบบ Project Life Photo Pocket Pages – Variety Pack 1 (Pack of 60) มาค่ะ

แต่สำหรับใครที่ไม่อยากซื้อ หรือยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทนทำไปได้อีกนานไหม เตยก็มีแบบอื่นๆ ที่น่าจะประหยัดกว่ามาให้ลองดูค่ะ

  • ใช้แฟ้มของ Sn@p แทน แฟ้มของ Sn@p จะมีขนาด 6*8 นิ้วค่ะ เล็กกว่าของ Becky ครึ่งนึงเลย แฟ้มก็น่ารักด้วยเวลาซื้อแฟ้มก็จะมีกระดาษในแฟ้มให้ กระดาษก็ลายน่ารักมากๆ แถมยังหาซื้อง่ายกว่าด้วยค่ะที่ร้าน Mindmemory กับร้าน Scrapit ก็มีขาย เตยเองก็มองๆ ไว้ว่าถ้าหมดเล่มใหญ่แล้วก็จะลองใช้เล่มเล็กดูเพราะตอนนี้ไม่มีที่เก็บเล่มใหญ่แล้ว
    ใช้แฟ้ม Sn@p แทนแฟ้ม Project Life ของ Becky Higgins
    สำหรับใครที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะใช้ Sn@p ทำ Project Life ยังไงลองดู Project Life ของ One Little Bird ได้ค่ะ
    ใช้แฟ้ม Sn@p แทนแฟ้ม Project Life ของ Becky Higginsซองพลาสติกของ Sn@p เองก็มีหลายแบบและมีขนาด 3*4 นิ้วและแยกขายเฉพาะซองด้วย เราจะซื้อแต่ซองมาใช้แทนก็ได้(แต่ต้องดูแฟ้มที่จะเอาไปใส่ด้วยนะว่ารูของซองใส่กันได้รึเปล่า) ส่วนตัวคิดว่าเล่มนี้เหมาะกับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะชอบทำ Project Life จริงๆ รึเปล่า และคนที่ไม่มีเวลาทำมากนักหรือไม่รู้จะใส่อะไรเข้าไปเพราะเล่มมีขนาดเล็ก อาจจะไม่ต้องใส่รูปอะไรเยอะมากก็ได้ แต่สำหรับบางคนก็ใช้แฟ้มของ Sn@p ทำพวก Weekend Trip แล้วเล่มใหญ่ทำเป็นประจำทุกอาทิตย์ค่ะ
  • ใช้อัลบั้มภาพแบบ 4*6 ธรรมดา ที่ขายตาม B2S ข้อดีคือหาง่ายมากๆ ถูก และใช้ง่ายด้วยเพราะมีขนาดเดียวอัดรูปก็ง่ายจะปริ๊นอะไรก็ขนาดเดียวโลด แต่ข้อเสียคือไม่มีความหลากหลายเท่าไหร่เพราะมีแต่แบบซอง 4*6 ค่ะ ซึ่งอันนี้บางทีมันขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของเราด้วยค่ะว่าจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากมันได้ยังไง
  • ใช้ซองนามบัตร สำหรับคนที่ไม่อยากใช้แบบ 4*6 นิ้วหรืออยากใช้สลับๆ กันบ้างก็ลองใช้ซองนามบัตรได้ค่ะ แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ เพราะขนาดมันค่อนข้างต่างจากขนาดทั่วไป เราจะไปอัดรูปก็ต้องมานั่งปรับขนาดอีก พวกการ์ดต่างๆ ที่เค้าแจกกันก็มักเป็นขนาด 3*4 นิ้วหรือไม่ก็ 4*6 นิ้วค่ะ Project Life ถูกออกแบบให้เก็บรวบรวมอะไรได้ง่าย และยืดหยุ่น แต่ซองนามบัตรทำให้มีขั้นตอนในการทำมากขึ้นไปอีกค่ะ อ่อ แต่ถ้าใครใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายก็อาจจะเหมาะกับซองนามบัตรมากกว่าก็ได้ค่ะ
    อันนี้เป็นตัวอย่างของคนที่ใช้ซองนามบัตรหรือซองใส่ baseball card มาใช้ทำ Project Life http://emilymayhem.blogspot.com/2012/08/project-life-title-pageweek-one.html
  • ใช้สมุด Scrapbook แทน อันนี้ก็ค่อนข้างเพิ่มขั้นตอนคล้ายๆ กับซองนามบัตร แต่ว่าก็เป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานใครๆ ก็ทำได้ง่ายและอิสระ จะใช้การ์ดแบบไหนมาทำก็ได้ เคยเห็นว่ามีคนใช้สมุดทำเหมือนกันแต่ก็ใช้สมุด Smashbook ซึ่งเป็นสมุดที่มีอุปกรณ์ทำ Journal มาให้พร้อมเลยกระดาษ ปากกาที่ก้นมีกาวให้ด้วยค่ะ อย่าง Rebecca เค้าก็ไม่ชอบใช้ Project Life ของ Becky นะแต่เค้าใช้ Smashbook แทน ลองดูได้ที่ http://rebeccalundin.com/2012/02/smash-book-meets-project-life/ ค่ะ
  • ทำแบบ Digital project life อันนี้สำหรับใครที่ใช้ Photoshop ได้พอสมควรค่ะ อันนี้ก็เหมาะ ไม่ต้องต้องเสียเงินเลยก็ทำได้ หรือบางคนทำทั้งปีแล้วก็เอาไฟล์ที่ทำไปทำเป็น Photo book ก็ได้นะคะ ลองดูตัวอย่างได้ที่นี้ค่ะ http://www.jessicasprague.com/cpg/thumbnails.php?album=1900

เท่าที่คิดออกตอนนี้มีแค่นี้ ใครสนใจ Project Life ก็ค่อยๆ ลองดูว่าใช้อะไรเหมาะกับเราที่สุด อย่างเตยขี้เกียจทากาวก็จะไม่ใช้แบบสมุดและอยากอยู่ห่างจากหน้าคอมเตยก็จะไม่ใช้ digital project life ค่ะ ตอนนี้ใช้แฟ้มเล่มใหญ่ของ Becky ที่ถ่ายรูปมาใส่ เขียน Journal card นิดหน่อยแล้วก็เสร็จเรียบร้อย เราไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างที่เขาขาย เขาแค่ขายสิ่งอำนวยความสะดวกให้เราเท่านั้นค่ะ และเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างตอนนี้ ค่อยๆ ทยอยซื้อก็ไม่ได้มีใครว่าอะไรสักหน่อย :)

สำหรับใครมีคำถามอยากถามตรงไหนลองมาคุยกันได้นะ อยากให้ทำ Project Life กันเยอะๆ คือ…จะหาเพื่อนนั่นแหล่ะ 5555

1 2 3 13  Scroll to top